ต้องเชื่อข้า”ขณะที่เขาพูด ยังจ้องมือของโม่จิ่วเยี่ยอย่างหวาดกลัว กลัวว่าหากมีอะไรผิดปกติ เขาจะเปิดห่อกระดาษเล็ก ๆ นั่น…โม่จิ่วเยี่ยเห็นดังนั้น จึงจงใจน าห่อกระดาษเล็ก ๆ มาแกว่งตรงหน้าเขา
“ตระกูลเซวียนอกจากส่งเจ้ามาซีเป่ยแล้ว ยังมีแผนการอื่นใดอีกหรือไม่”“ไม่มีแล้ว ข้ามาซีเป่ยก็เพียงแค่หาทางสอบถามที่อยู่ขององค์ชายหนานเหิงจากเจ้าเท่านั้น ไม่มีจุดประสงค์อื่นใด” เซวียฝานพูดอย่างรวดเร็ว กลัวว่าหากพูดช้า โม่จิ่วเยี่ยจะมีการกระท าอื่นใดอีกสิ่งที่ควรถามก็ถามหมดแล้ว ส่วนเรื่องที่เซวียฝานส่งคนไปจับตัวครอบครัวของหวังหลินมาเป็นตัวประกันคุกคามนั้น เป็นเรื่องที่เมิ่งไห่หนิงผู้เป็นขุนนางควรสอบถาม เขาก็ขี้เกียจเสียเวลาพูดคุยกับอีกฝ่ายมากไปกว่านี้โม่จิ่วเยี่ยมองไปทางโม่ชูหาน “พี่แปด คนผู้นี้ก็สามารถส่งตัวให้ทางการได้เลย”โม่ชูหานพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว”แม้ว่าเขาจะไม่มีความคิดมากมายเหมือนพี่น้องคนอื่น แต่ก็เข้าใจหลักการหนึ่งอย่างชัดเจนนั่นคือถึงแม้ว่าเซวียฝานจะถูกส่งไปให้ทางการจัดการ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้เขารอดชีวิตออกไปเพราะเขารู้เรื่องมากเกินไป หากไม่ใช่เพราะน้องเก้าต้องการข้อมูลส าหรับคดี คงจะจัดการเขาตั้งแต่ตรงนี้แล้ว
การจัดการกับเซวียฝานคนเดียวไม่ใช่เรื่องยากส าหรับโม่ชูหานเพียงแค่ เมิ่งไห่หนิงตัดสินคดีเสร็จ ก็จะถึงเวลาตายของเซวียฝานแม่เฒ่าของหวังหลินไปแจ้งความที่เมืองอวิ่น เจ้าหน้าที่ต้