ฒ่ากลับมาเสี่ยวไป๋ออกเดินทางไปส่งจดหมายที่เมืองหลวงสิบกว่าวัน ตามหลักเหตุผล มันควรจะส่งจดหมายถึงมือผู้รับแล้วหากจักรพรรดิซุ่นอู่สามารถหาคนที่เลี้ยงหนอนกู่ได้ส าเร็จ เฟ่ยหนานอวี่ก็จะให้เสี่ยวไป๋กลับมาพร้อมกับสารทันทีที่อีกฝ่ายได้รับข่าวแต่เสี่ยวไป๋ยังไม่กลับมา โม่จิ่วเยี่ยกังวลว่าสภาพร่างกายของขุนพลอาวุโสจินจะทนไม่ไหวนึกขึ้นได้ว่าเมิ่งไห่หนิงติดต่อกับเฟ่ยหนานอวี่ จึงคิดว่าว่าที่น้องเขยอาจจะได้รับข่าวสารบางอย่างจากเมืองหลวงก็ได้โม่จิ่วเยี่ยมาถูกจังหวะพอดี เมิ่งไห่หนิงเพิ่งตัดสินคดีหนึ่งเสร็จและก าลังเดินออกมาจากศาล
“พี่เก้า ท่านมาถึงเมื่อไหร่กัน?”เมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ย เมิ่งไห่หนิงก็เปลี่ยนสีหน้าจากเคร่งขรึมมาเป็นรอยยิ้ม แล้วเดินเข้าไปต้อนรับโม่จิ่วเยี่ยผูกม้าไว้กับเสาไม้หน้าที่ว่าการ เมื่อเผชิญหน้ากับว่าที่น้องเขย เขาก็ไม่คิดจะอ้อมค้อมอีก“ข้ามาที่นี่เพราะจะสอบถามบางเรื่องกับน้องชายเมิ่ง”เมิ่งไห่หนิงรู้ดีว่าในสกุลโม่ โม่จิ่วเยี่ยเป็นคนที่งานยุ่งที่สุด หากไม่มีธุระส าคัญ เขาคงไม่มาหาตนเองแน่ จึงรีบเชิญและพาคนเข้าไปในห้องหนังสือที่ใช้ท างานเนื่องจากไม่ได้พบกันมาระยะหนึ่ง โม่จิ่วเยี่ยสังเกตเห็นว่าเมิ่งไห่หนิงดูทรุดโทรมลงไปมาก“น้องชายเมิ่งดูผอมลงหรือไม่?”เขาไม่ใช่คนชอบนินทา เพียงแต่เมิ่งไห่หนิงผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงเป็นห่วงอีกฝ่ายเล็กน้อยเมื่อถูกพี่เขยในอนาคตเป็นห่วง สีหน้าของเมิ่งไห