แต่เฟ่ยหนานอวี่นั้นต่างออกไป เขาเป็นคนของหนานฉี ในเมืองหลวงตอนนี้ นอกจากจักรพรรดิซุ่นอู่แล้ว เขาก็ได้รับการยอมรับอย่างเปิดเผยว่าเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไปเขาไม่มีทางท าเรื่องเช่นนี้ด้วยการใช้หนอนกู่ท าร้ายผู้อื่นดังนั้น แม้ว่าเขาจะน าหนอนกู่ออกมา ก็จะไม่ถูกผู้อื่นสงสัยอีกทั้งเฟ่ยหนานอวี่ในตอนนี้ก็ถือว่าเป็นคนที่น่าเชื่อถือ ดังนั้นการมอบหมายเรื่องนี้ให้เขาก็เท่ากับปล่อยให้หนานฉีท าโดยตรงในที่สุดโม่จิ่วเยี่ยก็เข้าใจแล้ว“หร่านหร่าน เจ้าหมายความว่าหลังจากจักรพรรดิซุ่นอู่หาคนแก้พิษกู่ได้แล้ว จะให้เสี่ยวไป๋เอากู่หุ่นเชิดเหล่านั้นส่งไปใช่หรือไม่”“อืม ข้าคิดเช่นนั้น ตอนนี้มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะได้ผล”นางเชื่อมั่นว่า แม้ผู้ใช้กู่ในยุคนี้จะมีทักษะสูงส่งเพียงใด หากไม่มีกู่แม่ในมือ ก็คงไม่สามารถแก้พิษกู่ได้ส าเร็จ“ได้ ข้าจะเขียนจดหมายถึงเฟ่ยหนานอวี่เดี๋ยวนี้ ให้เสี่ยวไป๋ออกเดินทางทันที” โม่จิ่วเยี่ยพูดพลางเดินไปที่โต๊ะและหยิบพู่กันขึ้นมาสุดท้าย เขาก็ไม่ลืมก าชับเฟ่ยหนานอวี่ว่าต้องดูแลเสี่ยวไป๋ให้ดีทั้งอาหารการกินต้องเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด
โม่จิ่วเยี่ยเขียนจดหมายเสร็จ จึงเรียกเสี่ยวไป๋มา แล้วผูกจดหมายไว้ที่ขาของมันนับตั้งแต่เสี่ยวไป๋ยอมรับโม่จิ่วเยี่ยเป็นเจ้านาย ทั้งคนทั้งนกก็สร้างความรู้สึกผูกพันอันลึกซึ้งต่อกัน โดยเฉพาะการเดินทางไปช่วยพ่อลูกโม่ฉิง เสี่ยวไป๋กับเขาแทบจะไม่ห่างกันเลยโม่จิ่วเยี่ยล