ถึงแม้เรื่องราวในราชส านักจะไม่เกี่ยวข้องกับนาง แต่เฮ่อจือหร่านก็ยังอยากรู้สถานการณ์ที่แน่ชัด“ท่านแม่ ในเมื่อองค์จักรพรรดิส่งคนไปตามหาปรมาจารย์มาถอนพิษแล้ว หมายความว่าเรื่องของท่านอ๋องเก้าถูกเปิดโปงแล้วใช่หรือไม่” เฮ่อจือหร่านถามเฮ่อฮูหยินเห็นว่าบุตรสาวสนใจ จึงเล่าสิ่งที่นางรู้ให้ฟัง“วันนั้นหลังจากที่จิ่วเยี่ยช่วยท่านพ่อของเจ้าแล้ว เขาก็ไม่ได้รีบเข้าวังไปเปิดโปงเรื่องนี้ทันที่ แต่กลับจวนมาปรึกษากับพี่ใหญ่ของเจ้าก่อน”เฮ่อจือหร่านไม่สามารถปฏิเสธเรื่องนี้ได้ ในความทรงจ าของร่างเดิม พี่ใหญ่ของนางมีความสามารถโดดเด่น และวิเคราะห์เรื่องราวได้ลึกซึ้งกว่าเฮ่อเยวียนหมิงเสียอีก ดังนั้นการที่บิดาจะกลับไปปรึกษากับพี่ใหญ่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเฮ่อฮูหยินกล่าวต่อ“ความหมายของพี่ใหญ่ของเจ้าคือเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยหากอ๋องเก้าสามารถท าเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ได้ แน่นอนว่าต้องวางแผนหลบหนีไว้ล่วงหน้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่พ่อเจ้ากลับมาจากจวนท่านอ๋องเก้า ก็ไม่มีหลักฐานบอกว่าท่านอ๋องเก้าก่อกบฏด้วย”
“ดังนั้น พี่ใหญ่ของเจ้าจึงแนะน าให้บิดาเจ้าเฝ้าดูสถานการณ์”“แน่นอนว่า การเฝ้าดูนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องหลบอยู่ในจวนไม่ออกไปไหน แต่ยังต้องรับรู้ความเคลื่อนไหวของสถานการณ์อย่างทันท่วงที่ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น”“เวลาเดียวกัน บิดาเจ้าก็คิดหาทางออกของตัวเองด้วย เขากลับมาจากจวนอ๋องเก้าแต่ไม่ถูก