นางก็ไม่รู้สึกแปลกหน้ากับการตกแต่งในบ้านของบุตรชายเลยนางรีบก้าวไปข้างหน้าพลางชี้ไปที่เก้าอี้ยาวตรงกลางห้องรับแขกแล้วกล่าวว่า“แม่สะใภ้เดินทางมาเหน็ดเหนื่อย เชิญนั่งพักก่อนเถอะ พวกท่านแม่ลูกคงไม่ได้พบกันนาน มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดคุยกัน”พูดจบ นางก็หันไปบอกกับโม่หานเยี่ย “หานเยี่ย เจ้าไปบอกพวกพี่สะใภ้กับพี่ชายของเจ้า บ้านเรามีแขกมาเยือน ใครว่างก็ให้มาทักทายหน่อย แล้วก็บอกอวี่เอ๋อร์ให้เตรียมอาหารเย็นด้วย”“ได้เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
โม่หานเยี่ยออกไป เฮ่อฮูหยินถูกฮูหยินผู้เฒ่าพยุงให้นั่งลงบนเก้าอี้ยาวเฮ่อจือหร่านก็ถูกโม่จิ่วเยี่ยประคองให้นั่งลงข้าง ๆ เฮ่อฮูหยินเช่นกันยามนี้เฮ่อฮูหยินหายตกใจแล้วนางมองไปทางบุตรสาวแล้วถามว่า “หร่านหร่าน เจ้าบอกแม่หน่อย หน้าต่างทั้งหมดในบ้านของเจ้าท าจากแก้วหรือ?แล้วคือกระจกเงาใช่หรือไม่?แล้วการตกแต่งห้องนี้เล่า?…ที่นี่หรูหรายิ่งกว่าวังหลวงเสียอีก ไม่ว่าอย่างไร เฮ่อฮูหยินก็ไม่เชื่อว่าสกุลโม่จะมีก าลังทรัพย์มากมายถึงเพียงนี้ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่พวกเขาถูกเนรเทศ จักรพรรดิทรงสั่งริบทรัพย์สินทั้งหมด ไม่อนุญาตให้คนสกุลโม่น าสิ่งของมีค่าใด ๆ ติดตัวไปครั้งนางกับเฮ่อเยวียนหมิงไปส่งพวกเขาที่ชานเมืองหลวง นางเห็นกับตาว่า สิ่งที่มีค่าที่สุดในตอนนั้นก็คือรถเข็นไม้ที่โม่จิ่วเยี่ยนอนอยู่บนนั้นสิ่งนี้ท าให้เฮ่อฮูหยินอดสงสัยไม่ได้ว่าสกุลโม่หาเงินมาจากไหน
เฮ่อจือหร่านรู้ดี