เฮ่อฮูหยินถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วพินิจมองบุตรสาวของนางอย่างละเอียดแม้ว่าตอนนี้เฮ่อจือหร่านจะไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเนื้อหยาบ แต่ก็ไม่ได้ใส่ผ้าไหมแพรพรรณเหมือนแต่ก่อน หากไม่ใช่เพราะใบหน้าที่ยังคงงดงาม ก็อาจจะถูกมองข้ามไปได้ง่าย ๆเฮ่อฮูหยินยื่นมืออันสั่นเทาออกไปลูบใบหน้าของเฮ่อจือหร่านที่ดูอวบอิ่มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย พลางกลั้นน ้าตาเอ่ยว่า“หร่านหร่านของแม่ต้องล าบากแล้วสินะ”เฮ่อจือหร่านเห็นดังนั้นจึงรีบปลอบว่า “ท่านแม่ข้าสบายดี ไม่ได้ล าบากเลย”เฮ่อฮูหยินไม่เชื่อค าพูดนี้แม้แต่น้อย“บนเส้นทางเนรเทศจะไม่ล าบากได้อย่างไร”เมื่อพูดถึงการเนรเทศ เฮ่อจือหร่านก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีนางจึงได้แต่พูดไปเรื่องอื่น“ท่านแม่ ท่านดูสิ ตอนนี้ข้าสร้างบ้านหลังใหม่เสร็จแล้ว ข้างบ้านก็เป็นพวกพี่ชายและพี่สะใภ้ของสามีข้าเอง”หากไม่ใช่เพราะสร้างเรือนที่คล้ายกันให้โม่หานเยี่ยเป็นสินสอดเรือนของเฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็จะอยู่ริมสุดทางทิศตะวันตก
ตอนนี้ทางทิศตะวันตกของบ้าน มีเรือนอีกหลังที่จะมอบให้โม่หานเยี่ยเพิ่มขึ้นมา ส่วนข้างบ้านก็เป็นญาติพี่น้องของสามีนางเองเฮ่อฮูหยินได้ยินจากเฮ่อเยวียนหมิงแล้วว่าบุรุษสกุลโม่ไม่ได้เสียชีวิต แต่นางไม่รู้รายละเอียดที่แน่ชัดเมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านกล่าวว่าข้างบ้านเป็นพี่ชายพี่สะใภ้ จึงถามด้วยความห่วงใย “ตอนนี้สกุลโม่เป็นอย่างไรบ้าง”ส าหรับเฮ่อฮูหยินแล้ว บุรุษสกุลโม่ทุกคนล้วนเป็นคนเก่