“เจ้าช่างกล้า! เจ้ารู้หรือไม่ว่าหัวหน้าของพวกข้าเป็นใคร ถึงยังกล้าลงมือรุนแรงเช่นนี้?”โม่จิ่นเหนียนไม่สนใจว่าพวกเขาเป็นใคร ต่อให้เป็นเทพก็ไม่อาจรังแกสกุลโม่ได้“ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าเป็นใคร วันนี้ข้าขอเตือนพวกเจ้าสักค าหากไม่อยากเจ็บตัวก็รีบไสหัวไป ไม่อย่างนั้น…”“ไม่อย่างนั้นแล้วท าไม? หากเจ้าท าให้คุณชายรองของพวกข้าไม่พอใจ ต่อไปเจ้าก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขที่นี่” ไม่ทันที่โม่จิ่นเหนียนจะพูดจบ นักเลงตัวเล็กก็รีบพูดแทรกขึ้นมาก่อนน ้าเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่โม่จิ่วเยี่ยแค่นเสียงเย็นชา พลางเพิ่มแรงบีบที่มือ“ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใคร กล้ามาหาเรื่องสกุลโม่ของข้า เจ้าก็อย่าหวังจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย”คุณชายรองได้ยินเสียงกระดูกของตัวเองหักอย่างชัดเจน เขาจึงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด “หยุดนะ…ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้…”โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้สะทกสะท้านกับเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูก าลังถูกเชือด เขายังคงบีบแขนที่ตนเองบดขยี้ไว้แน่น“เจ้าเป็นใครกันแน่? มาหาสกุลโม่ท าไม?”
คุณชายรองเจ็บจนน ้าตาแทบไหล เขาตระหนักได้ว่า ชายหนุ่มตรงหน้าเป็นคนที่แข็งแกร่ง ยึดมั่นในคุณธรรม และไม่เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อยเพื่อไม่ให้ต้องทนทุกข์ทรมานไปมากกว่านี้ เขาจึงปรับน ้าเสียงให้ดูอ่อนลง แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความคุกคาม“ข้ามาจากเมืองมณฑล เจ้าไปถามที่นั่นดูสิ ไม่มีใครไม่รู้จักข้าคุณชายรองผู้นี้ ทั้งนักเลงและชนชั้นสูงต่างก็ให้