โม่ฉิงมองคนตรงหน้าด้วยความงุนงงชั่วขณะฮูหยินผู้เฒ่าเห็นดังนั้นจึงรีบแนะน าว่า “ท่านพี่ นี่คืออารุ่ยกับฮูหยินเหมย”นางไม่ได้บอกตัวตนที่แท้จริงของหนานรุ่ยกับเต๋อเฟย เพราะเป็นสิ่งที่หนานรุ่ยเคยก าชับไว้ ว่าต่อไปจะไม่มีองค์ชายหนานรุ่ยกับเต๋อเฟยเหนียงเหนียงอีกแล้วคาดว่าโม่ฉิงคงจะคุ้นหน้าอยู่มาก เพียงแค่นางพูดอีกเล็กน้อยเขาก็น่าจะจ าได้แล้วโม่ฉิงรู้สึกแปลกหูกับชื่อนี้อยู่บ้าง แต่เขาเข้าใจภรรยาของตนเองดี การที่นางแนะน าคนเช่นนี้ อีกฝ่ายจะต้องเป็นคนที่เขารู้จักแน่นอนดังนั้นโม่ฉิงจึงจ้องมองไปยังแม่ลูกหนานรุ่ยอยู่นาน จนในที่สุดเขาก็เข้าใจ และขณะเดียวกันก็รู้สึกประหลาดใจนักหากแค่คุ้นหน้าก็คงไม่เป็นไร แต่เมื่อทั้งสองคนที่คุ้นหน้ามายืนอยู่ด้วยกัน กลับท าให้โม่ฉิงต้องเชื่อว่าคนตรงหน้านี้คือองค์ชายหนานรุ่ยกับเต๋อเฟยเหนียงเหนียงแต่ไม่รู้ว่าท าไมพวกเขาถึงมาปรากฏตัวในดินแดนยากจนอย่างซีเป่ยแห่งนี้
ไม่แปลกที่โม่ฉิงจะสงสัย เพราะตลอดทางกลับจากชายแดนตะวันตก เขานั่งอยู่ในรถม้าด้วยความมึนงง เพื่อให้บิดาพักผ่อนอย่างเต็มที่ เหล่าบุตรชายจึงไม่ได้เล่าเรื่องราวมากนักให้เขาฟังเมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง คนทั้งบ้านก็ปรึกษากันเรื่องการเลี้ยงดูกองก าลัง หลังจากนั้นก็เตรียมงานเลี้ยงรวมญาติ โม่ฉิงจึงไม่รู้เรื่องของหนานรุ่ยกับเต๋อเฟยที่อยู่ซีเป่ยด้วยเมื่อมองครอบครัวของตนเองและสหายเก่าทั้งสองคน เขาก็เห็นหนานรุ่ยและบุต