บหนึ่งหมื่นคนนั้นแตกต่างกันถึงสิบส่วนนอกจากนี้ นางยังค านึงว่าหากต้องการคนมากขึ้น ก็จ าเป็นต้องออกไปรับคนเพิ่มจากข้างนอก ซึ่งคนที่รับเข้ามาใหม่ไม่อาจรู้ถึงภูมิหลังของพวกเขาได้ หากมีคนคิดไม่ซื่อแฝงตัวเข้ามา อาจเป็นการสูญเสียมากกว่าได้ยินเฮ่อจือหร่านพูดเช่นนั้น สายตาของทุกคนก็จับจ้องนางพร้อมกัน รวมถึงโม่จิ่วเยี่ยด้วย ทุกคนต่างรู้สึกว่าค าพูดเสนอแนะของนางไม่สมจริงสักเท่าไหร่
พี่แปดอดรนทนไม่ไหว จึงถามออกมาว่า“น้องสะใภ้เก้าลืมไปแล้วหรือ ไม่นานมานี้แค่ชาวบ้านเผ่าหมานอี๋มาปล้นสะดม จ านวนคนของพวกเขาก็มีมากกว่าห้าร้อยคนแล้วหากกองทัพของชนเผ่าหมานอี๋ต้องการใช้ที่นี่เป็นจุดแข็งโจมตี ข้าเกรงว่าคงไม่ใช่แค่ห้าร้อยคน พูดว่าหลายพันหลายหมื่นคนก็ยังน้อยไป หากเกิดสถานการณ์เช่นนั้นขึ้นอีก พวกเราที่มีคนไม่ถึงหนึ่งพันคน จะต่อสู้กับศัตรูได้อย่างไร?”ความกังวลของโม่ชูหานฟังดูสมเหตุสมผลในความคิดของคนสกุลโม่อย่างไรเสียพวกเขาทั้งหมดก็มีพื้นฐานทางทหาร และระหว่างการต่อสู้ จ านวนทหารมักเป็นจุดอ่อนก่อนหน้านี้พี่เจ็ดก็มีส่วนร่วมในการต่อสู้กับชนเผ่าหมานอี๋ เขาจึงรู้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ดีเขาที่มักพูดน้อยก็ยังอดถามไม่ได้“น้องสะใภ้เก้า พี่แปดของเจ้าพูดมีเหตุผล การเลี้ยงดูทหารไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ”เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าหากพูดเช่นนี้ออกไป ย่อมจะถูกทุกคนตั้งข้อสงสัยแน่นอน
นางจึงอธิบายด้วยความมั่นใจว่า “หากข้าสามารถสร้างอ