แปดปีก่อน ตอนโม่หานเยี่ยอายุเพียงแปดขวบ ความทรงจ าเดียวที่นางมีต่อบิดาคือภาพของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่น่าเกรงขามบัดนี้เมื่อได้พบบิดาอีกครั้ง นางกลับจ าเขาไม่ได้แต่ความรู้สึกผูกพันทางสายเลือดกลับท าให้นางรู้สึกสนิทสนมกับชายชราตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูกหญิงสาวตัวน้อยรู้สึกเขินอาย อีกทั้งพอเห็นมารดาร้องไห้จนพูดไม่ออก จึงพยุงฮูหยินผู้เฒ่ายืนร้องไห้อยู่ตรงนั้นโม่จิ่วเยี่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นภาพเช่นนี้เข้า ก็ไม่อาจควบคุมน ้าตาได้เพื่อบรรเทาบรรยากาศ เขาจึงไม่ได้รีบอุ้มบิดาไปที่ห้อง แต่กลับผลักโม่หานเยี่ยให้ก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อยเขาจ าได้ว่าเมื่อครั้งที่บิดาอยู่บ้าน สิ่งที่เขารักมากที่สุดก็คือโม่หานเยี่ย บุตรสาวเพียงคนเดียว อาจกล่าวได้ว่าบิดารักน้องสาวจนเรียกได้ว่าตามใจและเอาใจนางมากในสถานการณ์ตอนนี้การให้น้องสาวได้รู้จักกับบิดา น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบรรเทาความเศร้าโศกคิดได้ดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยจึงจูงมือโม่หานเยี่ยมาอยู่ตรงหน้าโม่ฉิง“ท่านพ่อ ท่านดูสิ นี่โม่หานเยี่ย ตอนนี้นางโตเป็นสาวแล้ว”
แน่นอนว่าหลังได้ยินค าพูดของโม่จิ่วเยี่ย ความสนใจของโม่ฉิงก็อยู่ที่โม่หานเยี่ยอย่างรวดเร็วหญิงสาวตรงหน้าเติบโตขึ้นอย่างดี ดวงตาคู่ใหญ่สดใสเหมือนตอนที่นางยังเด็ก“เจ้าคือโม่หานเยี่ย? โตเป็นสาวแล้ว พ่อคงอุ้มเจ้าไม่ได้อีกแล้ว”ขณะที่พูด โม่ฉิงก็มองขาของตนที่ยังคงงอโดยไม่รู้ตัวโม่หานเยี่ยเห็นบิดามีท่าทางอึดอัดเ