เพดานรถม้าไม่สูงนัก นางเดิมทีนั่งคุกเข่าอยู่บนที่นั่งข้าง ๆตอนนี้จึงก าลังคุกเข่าลงตรงหน้าโม่ฉิง“ลูกสะใภ้คารวะท่านพ่อ”ขณะโม่จิ่วเยี่ยเอ่ยแนะน าเฮ่อจือหร่าน โม่ฉิงก็จ้องมองพวกเขาสองคนตลอดเวลาเขายังสังเกตเห็นว่าเฮ่อจือหร่านตอนนี้ก าลังตั้งครรภ์ จึงพยายามยกมือขึ้นอย่างยากล าบาก“ลูกสะใภ้ลุกขึ้นเถิด เมื่อครู่ข้าได้ยินพี่ใหญ่ของพวกเจ้าพูดแล้วเจ้าท าประโยชน์มากมายให้กับสกุลโม่ ข้าขอเป็นตัวแทนทุกคนขอบคุณเจ้า”เมื่อได้ยินบิดาบอกให้ลุกขึ้น โม่จิ่วเยี่ยก็รีบช่วยเฮ่อจือหร่านกลับมานั่งที่เดิมอย่างคล่องแคล่ว
เฮ่อจือหร่านตอบอย่างถ่อมตัวว่า “ท่านพ่อไม่ต้องเกรงใจเจ้าค่ะนี่เป็นสิ่งที่ข้าควรท าอยู่แล้ว”นางกับโม่จิ่วเยี่ยไล่พี่ชายคนอื่นลงจากรถม้าเพื่อช่วยตรวจร่างกายของโม่ฉิง ดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงยังไม่คิดจะพูดคุยกับโม่ฉิงมากนัก“ท่านพ่อ ข้าพอมีความรู้ด้านวิชาแพทย์อยู่บ้าง ท่านเพิ่งตื่นขึ้นมา ข้าขอตรวจดูอาการของท่านก่อน”ว่าแล้วนางก็วางมือลงบนชีพจรของโม่ฉิงการตรวจชีพจรครั้งนี้ไม่ได้ใช้เวลานานนัก เพราะเฮ่อจือหร่านเพียงต้องการรู้อาการของพ่อสามีหลังจากที่ตื่นขึ้นมานางรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยและพวกพี่ชายที่อยู่นอกรถม้าต่างร้อนใจอยากรู้ผล จึงตั้งใจพูดเสียงดังว่า“ร่างกายของท่านพ่อยังอ่อนแออยู่บ้าง แต่ไม่มีอันตรายถึงชีวิตหากดูแลรักษาให้ดีต่อไป ท่านจะต้องหายดีอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”เฮ่อจือหร่านไม่ได้พูดเกินจริง อาจเป็นเพ