จะไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้แย่ลงเช่นกันอาจกล่าวได้ว่ากู่ลูกตัวนั้นช่วยได้มาก ท าให้โม่ฉิงไม่ต้องทนทุกข์กับการผ่าตัดถึงครั้งที่สองเพื่อถอนพิษทั้งหมดตอนนี้สัญญาณชีพของโม่ฉิงยังคงเป็นปกติ แต่ร่างกายของเขาอ่อนแอลงมาก แต่สมองไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนอะไรนางคาดว่าฤทธิ์ยาสลบคงจะหมดในอีกสองชั่วโมง ระหว่างนี้เฮ่อจือหร่านจึงให้เลือดและสารอาหารกับเขาเมื่อใกล้ถึงเวลาที่คาดว่าโม่ฉิงอาจจะตื่น เฮ่อจือหร่านก็พาพวกเขาพ่อลูกออกมาจากพื้นที่มิติหลังจากจัดให้โม่ฉิงนอนพักอยู่ในรถม้า เขาก็ฟื้นขึ้นมาการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโม่ฉิงในยามนี้คือแขนของเขาไม่ได้แกว่งไปมาเหมือนก าลังเผากระดาษเงินกระดาษทองอีกต่อไปแล้วโม่จิ่วเยี่ยรีบเข้าไปใกล้ทันที่
“ท่านพ่อ”เปลือกตาของโม่ฉิงหนักอึ้ง เขาเพียงแค่ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยแสงสว่างภายในรถม้าไม่ค่อยดีนัก อีกทั้งเขาก็ไม่ได้พบโม่จิ่วเยี่ยมาหลายปีแล้วภาพจ าของโม่จิ่วเยี่ยจึงหยุดอยู่ในช่วงที่เขายังเด็ก ดังนั้น เมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ขยายใหญ่ตรงหน้า โม่ฉิงจึงชะงักไปชั่วครู่โม่จิ่วเยี่ยแค่มองท่าทางของบิดาก็รู้ว่าอีกฝ่ายอาจจ าเขาไม่ได้“ท่านพ่อ ข้าคือจิ่วเยี่ย ท่านมองข้าดี ๆ สิ”“เจ้าบอกว่า เจ้าคือโม่จิ่วเยี่ย?” น ้าเสียงของโม่ฉิงเบาจนน่าสงสารและยังแหบพร่าอีกด้วยอย่างไรก็ตาม ทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างได้ยินค าพูดของเขาชัดเจนน ้าตาของโม่จิ่วเยี่ยเอ่อคลอ