าที่โม่ฉิงอยู่“ข้าขอดูอาการท่านพ่อก่อน”ว่าแล้วนางก็เตรียมจะขึ้นรถม้า
พี่ใหญ่ที่ก าลังดูแลบิดาอยู่ในรถม้าก็ได้ยินเสียงจากด้านนอก จึงเปิดประตูออกมา ไม่จ าเป็นต้องถามเขาก็รู้ว่าสตรีท้องโตตรงหน้านี้คือภรรยาของน้องเก้า“ข้าได้ยินน้องเก้าเล่าว่า น้องสะใภ้เก้ามีฝีมือด้านวิชาแพทย์ที่เป็นเลิศ เรื่องของท่านพ่อคงต้องรบกวนน้องสะใภ้เก้าแล้ว”โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งบอกนางว่าคนที่ดูแลนายท่านผู้เฒ่าอยู่ในรถม้าคือพี่ใหญ่“พี่ใหญ่ ข้าจะตรวจดูอาการท่านพ่อเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”พี่ใหญ่เห็นเช่นนั้นจึงกระโดดลงจากรถม้า เปิดทางให้โม่จิ่วเยี่ยค่อย ๆ พยุงเฮ่อจือหร่านขึ้นไปบนรถม้าอย่างระมัดระวังสิ่งแรกที่เห็นคือชายชราผมสีขาวโพลนและร่างกายที่ผอมแห้งราวกับกระดูกเฮ่อจือหร่านก้าวเข้าไปข้างหน้า กดเบา ๆ ตรงแขนของโม่ฉิงที่ก าลังขยับไปมาให้หยุดนิ่งจากนั้นนางก็วางนิ้วลงบนชีพจรของเขาเมื่อเห็นว่าคิ้วของเฮ๋อจือหร่านขมวดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ โม่จิ่วเยี่ยก็ถามอย่างเป็นกังวล “หร่านหร่าน ท่านพ่อยังพอมีทางช่วยได้หรือไม่”เฮ่อจือหร่านดึงมือกลับ สีหน้าดูหนักอึ้งอยู่บ้าง
“การช่วยท่านพ่อก าจัดหนอนกู่ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแต่ท่านอาจยังไม่รู้ ว่าในร่างของท่านพ่อมีพิษเรื้อรังอยู่ พิษชนิดนี้จะท าลายร่างกายช้า ๆ และสังเกตได้ยาก”โม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้นก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่“หร่านหร่าน เจ้าบอกว่าท่านพ่อถูกวางยาพิษหรือ?”เฮ่อจือหร่านรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยก า