ตามหลักแล้ว กู่หุ่นเชิดตัวลูกควรจะอาศัยอยู่ในหลอดเลือดแดงใหญ่บนแขนของร่างกายมนุษย์อย่างไรก็ตาม หลังจากเขาเขย่ากู่แม่หลายครั้ง กลับไม่พบร่องรอยของกู่ลูกอยู่บนแขนทั้งสองข้างของบิดาเลยสิ่งนี้ท าให้โม่จิ่วเยี่ยสงสัยว่าอาจเป็นเพราะกู่แม่ตายไปแล้วแต่พอคิดไปคิดมา มันเป็นไปไม่ได้ หากกู่แม่ตาย ท่านพ่อคงไม่มีชีวิตรอดเช่นกันเมื่อคิดเช่นนี้ กู่ลูกในร่างของบิดาคงไม่ได้อยู่ที่แขนแน่นอน มิเช่นนั้น ด้วยร่างกายที่ผอมแห้งของเขา หากกู่ลูกขยับเพียงเล็กน้อยก็ย่อมสังเกตเห็นได้พี่น้องคนอื่นเห็นโม่จิ่วเยี่ยไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ จึงกลั้นหายใจและจ้องมองเขาภายใต้สายตาของพี่ชายทั้งหลาย โม่จิ่วเยี่ยยังคงเขย่ากู่แม่ในมือต่อไป แต่สายตาของเขาเปลี่ยนจากแขนของบิดาไปสังเกตส่วนอื่นของร่างกายแล้วขณะที่เขาเขย่ากู่แม่และสังเกตอย่างละเอียด ในที่สุดก็พบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นที่บริเวณหน้าอกของบิดา
ที่ว่าผิดปกตินั้น ส าหรับโม่จิ่วเยี่ยแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะตรงจุดนั้นเขาเห็นร่องรอยการเคลื่อนไหวของกู่ลูกต าแหน่งนี้ท าให้โม่จิ่วเยี่ยต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่พอเห็นท่าทีของน้องชาย พี่ชายทุกคนต่างสรุปได้ว่าอาการของท่านพ่อไม่ค่อยดีนัก เพียงแต่ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุใดกันแน่พี่รองทนไม่ไหวจึงถามออกมา “น้องเก้า อาการของท่านพ่อเป็นอย่างไรกันแน่?”โม่จิ่วเยี่ยเก็บขวดกระเบื้องที่บรรจุกู่แม่ไว้ แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน“ต าแหน่งของลูกกู่ในร