่าตนเองเลย อีกอย่างเขายังมีเรื่องอื่นที่ต้องจัดการ
เมื่อเห็นพี่ชายทั้งสามคนใช้วิชาตัวเบาพาบิดาขึ้นไปแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็ฉีกชายเสื้อ จากนั้นกระโดดขึ้นไปเก็บไข่มุกราตรีที่แขวนอยู่ในสุสานทั้งหมด
นิสัยดีแบบนี้เขาเรียนรู้มาจากภรรยา เมื่อเจอของมีค่าโดยเฉพาะของของศัตรู จะต้องไม่เหลือทิ้งไว้ให้อีกฝ่ายเด็ดขาด
แม้ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะไม่มีพื้นที่มิติที่ทรงพลังเหมือนภรรยา แต่การน าไข่มุกราตรีไปเพียงไม่กี่ลูกก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ไข่มุกราตรีถูกห่อเอาไว้ แต่ก็ยังไม่อาจบดบังแสงสว่างของมันได้
แม้ว่าภายในสุสานจะมืดลง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นของโม่จิ่วเยี่ย
เขากวาดตาส ารวจสถานที่อีกครั้ง แล้วน ากระดาษเงินกระดาษทองจ านวนมากที่เก็บไว้มาโปรยไปทั่วสุสาน จังหวะที่ใช้วิชาตัวเบาตัวกระโดดขึ้นไป ชายหนุ่มก็โยนไม้ขีดไฟลงไป
กระดาษเงินกระดาษทองเมื่อสัมผัสกับไฟก็ลุกไหม้ขึ้นทันที่ โม่จิ่วเยี่ยรีบออกจากที่นี่
ไม่ต้องถามก็รู้ว่าที่นี่คือสถานที่ที่จิ้งจอกเฒ่าซือเหมิงให้ความส าคัญที่สุด เขาจ าเป็นต้องท าลายมัน เพื่อให้ปรมาจารย์ซือเหมิงตายอย่างสงบไม่ได้
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยปรากฏตัวบนพื้นดิน เหล่าพี่ชายได้ให้บิดานอนลงบนพื้นข้าง ๆ แล้ว
ด้วยแสงสว่างจากไข่มุกราตรีเจ็ดเม็ดที่ถูกห่อไว้ เขาจึงมองเห็นว่าบิดายังคงอยู่ในท่าคุกเข่า
ขณะเดียวกัน มือขวาของบิดายังคงท าท่าหยิบและเผากระดาษซ ้าไปซ ้ามา
หนทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงสถานก