ยามค ่าคืนอันมืดมิด แสงสีเขียวกะพริบวิบวับราวกับหิ่งห้อยนั่นคือดวงตาที่เปล่งประกายดุร้ายของหมาป่า
โม่จิ่วเยี่ยและพี่หกยกแขนขึ้นพร้อมกัน ลูกธนูจากหน้าไม้ขนาดเล็กพุ่งไปยังหมาป่าที่หิวโหย
พริบตานั้นหมาป่าตรงหน้าก็ล้มลงเป็นแถบ เมื่อได้ยินเสียงร้องของหมาป่าจ่าฝูง หมาป่าที่เหลือพลันวิ่งหนีไปในหุบเขา
หลังอันตรายผ่านพ้นไปแล้ว พวกเขาพี่น้องรีบพาโม่ฉิงเข้าไปในถ ้า
เห็นเพียงพี่สามกับพวกเหลียงห่าวต่างถือคบเพลิงที่ใกล้จะไหม้หมด พยายามเหวี่ยงไปมาสุดก าลัง
จากสภาพของพวกเขา ชัดเจนว่าอาการอ่อนแรงยังไม่ได้หายไปมิฉะนั้นตอนเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่า พวกเขาคงไม่ดูอ่อนแอถึงเพียงนี้
เมื่อเห็นพี่น้องของตนกลับมา พี่สามก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าคบเพลิงในมือหนักราวพันชั่ง
หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าเขาจะเผลอท าคบเพลิงตกลงบนพื้นและท าให้เกิดไฟไหม้ บางทีตอนนี้เขาคงปล่อยมันไปแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่ามือของพวกเขาที่ถือคบเพลิงไม่มีแรงเหลืออยู่แล้ว จึงรีบเข้าไปรับคบเพลิงจากมือของพี่สามและซ่งเชาที่อยู่ใกล้ที่สุด
โม่จิ่นเหนียนก็เข้าไปรับคบเพลิงจากมือเหลียงห่าวและคนอื่นเช่นกัน
โม่จิ่วเยี่ยถามด้วยความเป็นห่วง “พี่สาม พวกท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
พี่สามยิ้มขมขื่นพลางส่ายหน้า “พวกเรายังสบายดี โชคดีที่พวกเจ้ากลับมาทันเวลา”
พูดจบ เขาก็มองไปทางปากถ ้า เห็นพี่รองอุ้มคนผู้หนึ่งไว้ในอ้อมแขน
สามพี่เบิกตากว้าง “นี่คือ?”