เมื่อเห็นว่าพี่ชายคนโตไม่ได้ตั้งค าถามเกี่ยวกับตัวตนของน้องชายคนเล็กอีก โม่จิ่วเยี่ยจึงตัดสินใจอธิบาย“พี่ใหญ่ พี่รองเมื่อหลายปีก่อน พวกท่านถูกชาวหนานเจียงวางแผนหลอกในสนามรบ…”โม่จิ่วเยี่ยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังคร่าว ๆเมื่อได้ยินว่าบุรุษสกุลโม่ได้รับความเดือดร้อนมากมายโดยไม่มีความผิด และทั้งยังถูกจักรพรรดิซุ่นอู่สั่งให้ริบทรัพย์และเนรเทศ พี่รองก็โกรธจัด เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบ ๆเขาก าปั้นทุบลงบนเตียงหินอย่างแรงเสียงทุบดังสนั่นภายในถ ้า เตียงหินแตกละเอียดในพริบตาพี่รองกระโดดขึ้นจากเตียงที่พังลงมายืนบนพื้นอย่างคล่องแคล่วมั่นคง เขาพูดอย่างเดือดดาลว่า“สารเลว! ข้าคนสกุลโม่จงรักภักดีต่อราชวงศ์ต้าซุ่นตลอด แต่สุดท้ายเรากลับต้องกลายเป็นแบบนี้”ขณะพูด เขาก้มลงมองร่างกายของตัวเอง จะเรียกว่าก าลังเปลือยกายก็ไม่ผิดนัก
หากไม่ใช่เพราะเขาถูกกู่ควบคุมอยู่ที่นี่หลายปี ไม่ได้ล้างหน้าล้างตาจนใบหน้าด าเป็นมันวาว ผู้อื่นคงจะสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเขาในตอนนี้แดงเหมือนก้นลิงโม่จิ่วเยี่ยเคยเห็นพี่รองอารมณ์ฉุนเฉียวแบบนี้มาหลายครั้งแล้วทุกครั้งที่พี่ชายแต่ละคนถูกช่วยให้ฟื้นคืนสติ พวกเขาต่างก็ระบายความไม่พอใจออกมาในแบบที่แตกต่างกันเมื่อเทียบกันแล้ว พี่ใหญ่กลับดูใจเย็นกว่ามาก“น้องหก น้องเก้า เมื่อครู่พวกเจ้าบอกว่า ท่านพ่อก็ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับพวกเรา แต่ตอนนี้ยังไม่พบเบาะแสของท่านใช่หรือไม่?”“อืม พวกเร