่วนคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ได้รับบาดเจ็บมากน้อยแตกต่างกันในสถานการณ์เช่นนี้ แม้ไม่ได้รับการรักษาก็จะไม่มีใครเสียชีวิตยามนี้สกุลโม่มีสถานะเป็นเพียงสามัญชน หรืออาจกล่าวได้ว่ายังด้อยกว่าสามัญชนทั่วไปเสียอีก เพราะพวกเขาล้วนเป็นถูกริบทรัพย์และเป็นนักโทษเนรเทศของราชส านักโม่ชูหานเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
“พี่เจ็ด เกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ ข้าคิดว่าต้องไปรายงานกับใต้เท้าเมิ่งที่ที่ว่าการสักหน่อย ดูว่าควรจัดการกับคนพวกนี้อย่างไร จะได้ฟังความเห็นของเขาด้วย”“อืม ล าบากน้องแปดแล้ว เจ้ารีบขี่ม้าไปที่ว่าการเถอะ” พี่เจ็ดเห็นด้วยกับเรื่องนี้มาก“ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ เรื่องที่นี่ขอฝากพี่เจ็ดด้วย”พอพูดจบ โม่ชูหานก็หันหลังเดินจากไปทันที่ภายใต้การชี้แนะของโม่หานเยี่ย บรรดาพี่สะใภ้ก็รักษาสุนัขที่บาดเจ็บเหล่านั้นได้คล่องแคล่วขึ้นเรื่อย ๆ ความเร็วในการลงมือก็ไม่ได้ช้าลงแม้แต่น้อยพวกนางรู้สึกสงสารสุนัขเหล่านี้จากใจจริง คิดเพียงว่าหากตนเองเคลื่อนไหวเร็วขึ้นอีกนิด พวกสุนัขก็จะทรมานน้อยลงด้านเฮ่อจือหร่านก็เช่นกัน นางรับผิดชอบรักษาชาวบ้านที่บาดเจ็บสาหัส ส่วนที่เหลือก็มอบให้พวกฟางฉวนโจวจัดการด้วยการร่วมแรงร่วมใจของทุกคน ในที่สุดหลังผ่านไปหนึ่งชั่วยาม การรักษาพวกชาวบ้านและสุนัขทั้งหมดก็เสร็จสิ้นลงชาวบ้านถูกครอบครัวของพวกเขาแบกหามกลับไป ส่วนสุนัขเหล่านั้นถูกคนงานอุ้มอย่างระมัดระวังพากลับไปยังโรงเรือนที่พวกมันพักอยู่ตามปกติ