ะตะโกนดัง ๆ ว่า “เป็นคนที่ถือธงคนนั้น เขาบอกว่าถ้าพวกข้าฟังค าสั่งของเขา จะต้องได้อาหารของชาวต้าซุ่นแน่นอน”ที่จริงแล้ว ค าถามของเจ็ดพี่ก็เป็นเพียงการอยากรู้ตัวตนของคนที่ถือธง “ผู้นั้นเป็นใครกัน?”
ชนเผ่าหมานอี๋สั่นศีรษะอย่างแรง“พวกข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่อย่างไรเสียเขาก็มีความสามารถมาก ใช้เวลาสิบวันสอนพวกข้าให้ดูการสั่งการของเขา บอกว่าวิธีนี้รับประกันได้ว่าพวกข้าจะน าเสบียงจากราชวงศ์ต้าซุ่นกลับไปได้”พี่น้องสกุลโม่ได้ฟังค าพูดของพวกเขาแล้ว ต่างก็จมอยู่ในห้วงความคิดชนเผ่าหมานอี๋เห็นพวกเขาไม่มีท่าทีใด ๆ จึงมีคนก้าวออกมาพูดอีกว่า “ในวันนั้นข้าแอบได้ยินการสนทนาระหว่างเขากับคนผู้หนึ่ง”“พวกเขาคุยเรื่องอะไร?” พี่เจ็ดถามต่อ“เขาบอกกับคนผู้นั้นว่าจะฉวยโอกาสตอนที่พาพวกข้ามาปล้นสะดมที่ต้าซุ่น เพื่อสืบดูความเป็นไปของคนสกุลโม่”“หลังจากนั้นเล่า?” โม่ชูหานถามต่อชายชนเผ่าหมานอี๋ตอบ “ค าพูดของพวกเขาคลุมเครือนัก ต่อมาเหมือนพวกเขาจะพูดว่า ที่อยู่ของสกุลโม่อยู่ใกล้ชายแดนตะวันตกเกินไป ตราบใดที่พวกเขาไม่มายุ่ง ก็ยังมีโอกาสชนะอะไรแบบนั้น”เขามองสีหน้าของสองพี่น้องสกุลโม่ที่ยังคงไม่สู้ดี แล้วรีบกล่าวเสริมว่า “ข้ารู้เพียงเท่านี้ บอกพวกท่านไปหมดแล้ว”
แม้ว่าเรื่องราวที่ชายชนเผ่าหมานอี๋เล่ามานั้นจะไม่ค่อยสมบูรณ์นัก แต่ในฐานะอดีตขุนพลของราชวงศ์ สองพี่น้องสกุลโม่ก็ยังสามารถวิเคราะห์ได้บ้างพอสมควรชนเผ่าหมานอี๋มักจ