ู้เรื่องนี้จึงตั้งใจใช้มันมาท าให้อีกฝ่ายล าบากใจ“แล้วพวกเราจะท าอย่างไรดีเล่า?” พี่สะใภ้แปดรู้สึกล าบากใจจริงๆ นางคงไม่สามารถปล่อยให้น้องสะใภ้เก้าที่ท้องโตเข้าไปเมืองคนเดียวได้เฮ่อจือหร่านเห็นว่าพี่สะใภ้แปดเริ่มเข้าใจแล้ว จึงกล่าวอย่างจริงจัง “ข้ารู้ว่าท่านเองก็คิดถึงพี่แปด ท่านดูสิ ถึงท้องข้าจะใหญ่ขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็ยังเคลื่อนไหวคล่องแคล่วมาก หากข้าไปที่เมืองคนเดียวคงไม่มีปัญหาหรอกเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้แปดลังเลใจนางต้องการจะอยู่ต่อสู้กับชนเผ่าหมานอี๋ร่วมกับสามี ไม่ว่าเป็นตายอย่างไร ชาตินี้ก็ไม่อยากแยกจากสามีอีกแล้ว แม้จะตายแต่พวกนางสามีภรรยาก็จะตายไปด้วยกัน คอยดูแลกันระหว่างทางไปปรโลก
พี่สะใภ้แปดลูบปืนยาสลบในอ้อมอกโดยไม่รู้ตัว นางไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เฮ่อจือหร่านก็รู้ความคิดของนางหมดแล้ว“พี่สะใภ้แปด ท่านฟังข้าเถอะ เรื่องตอนนี้เร่งด่วนมาก คนมากก็มีก าลังมาก ยิ่งในมือของท่านยังมีอาวุธร้ายกาจขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ใช้มันก็น่าเสียดายนัก”พี่สะใภ้แปดหวั่นไหวแล้ว แต่นางยังไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาดนางหยิบปืนยาสลบออกมาจากอกเสื้อแล้วส่งให้เฮ่อจือหร่าน“น้องสะใภ้เก้า เจ้าถือสิ่งนี้ไว้ ใช้ป้องกันตัวระหว่างทาง ส่วนข้าใช้จอบเหมือนชาวบ้านคนอื่นก็พอแล้ว”พี่สะใภ้แปดไม่รู้ว่าเฮ่อจือหร่านมีอาวุธนี้ติดตัวอยู่หรือไม่ เมื่อครู่ตอนเรียกนางออกมา น้องสะใภ้เก้าเหมือนเพิ่งจะตื่น คิดว่านางคงไม่ได้น าอาวุธติดตัวออกมาทันการปล