เรื่องความเร็วในการบินของเสี่ยวไป๋ โม่จิ่วเยี่ยในฐานะเจ้าของก็พอจะเข้าใจอยู่บ้างหากไม่ใช่เพราะพวกเขาบุรุษสกุลโม่ล้วนมีวรยุทธ์ก็คงจะตามไม่ทันจริง ๆเขาลูบขนของเสี่ยวไป๋อย่างเอ็นดู“เสี่ยวไป๋ เจ้ารู้ว่าพวกเขาก าลังตามเจ้าอยู่ ท าไมไม่ลดความเร็วลงบ้าง?”เสี่ยวไป๋เงยหน้าขึ้น ส่งเสียงร้องขึ้นไปบนฟ้าท่าทางนั้นดูเหมือนก าลังจะบ่นว่าความเร็วของพี่ห้าพี่หกช้าเกินไปแต่ตอนนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่มีพลังมากพอจะปลอบประโลมเสี่ยวไป๋ จึงกล่าวกับพี่ชายทั้งสองว่า “พี่ห้า พี่หก ข้าจับตัวคนได้ส าเร็จแล้ว เขาอยู่ในห้องนั้น”เขาชี้ห้องด้านหลัง แล้วเดินน าไปพี่ห้ากับพี่หกรู้สึกสงสัยว่าน้องเก้าจับตัวปรมาจารย์ซือเหมิง และมาถึงที่นี่เร็วขนาดนี้ได้อย่างไรทั้งคู่ติดตามโม่จิ่วเยี่ยมาอย่างใกล้ชิด ใจร้อนจะพบกับตัวการส าคัญที่ท าให้สกุลโม่ถูกกดขี่จนมีสภาพเช่นนี้
สามพี่น้องเข้าไปในห้อง โม่จิ่วเยี่ยชี้ปรมาจารย์ซือเหมิงที่สลบเหมือนสุนัขตาย ก่อนจะพูดว่า“เขาคือปรมาจารย์ซือเหมิง”พี่หกโกรธจัดจนเดินเข้าไปเตะปรมาจารย์ซือเหมิงทีหนึ่ง“หึ! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้ายังมีประโยชน์อยู่บ้าง ข้าจะเชือดเนื้อเถือหนังเจ้าทั้งเป็น!”โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ขัดขวางพี่หก เพราะยามนี้เขาก็รู้สึกเช่นเดียวกันส่วนพี่ห้าสงบนิ่งกว่ามาก แม้ในใจจะแค้นเคือง แต่ก็ยังไม่ลืมจะสอบถามน้องชายสักหน่อย“น้องเก้า เจ้าจับตัวเขามาได้อย่างไร?”“ข้าตามหาคนตามต าแหน่งที่สังเกตได้ไว้ในว