เรียกเขาว่าเป็นบุคคลส าคัญได้ท่านหญิงอวี้ผู้นี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เขาจึงต้องฝืนหันหน้าไป“ท่านหญิงก าลังเรียกข้าหรือ?”เมื่อได้เห็นโฉมหน้าของเฟ่ยหนานอวี่ในระยะใกล้ ดวงตาของท่านหญิงอวี้ก็ถึงกับเบิกกว้างนางแกล้งท าท่าเขินอาย หยิบผ้าเช็ดหน้ามาบังใบหน้าครึ่งล่างไว้จากนั้นก็ค่อย ๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างสง่างาม“ขอถามว่าท่านเป็นคุณชายจากตระกูลไหนหรือ? ข้าไม่เคยพบท่านมาก่อนเลย”เฟ่ยหนานอวี่รู้สึกขนลุกซู่เมื่อได้ยินประโยคนี้จากปากนาง
เขาสามารถรับมือกับเรื่องหลอกลวงและการแย่งชิงอ านาจได้อย่างมั่นใจ แต่กับสตรีที่จงใจมาเอาใจเขาเช่นนี้ เฟ่ยหนานอวี่กลับไม่มีวิธีรับมือเลยจริง ๆโดยเฉพาะเมื่อเขารู้ดีว่าสตรีผู้นี้ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องหญิงที่มีสายเลือดเดียวกันกับเขาขณะที่เฟ่ยหนานอวี่ก าลังครุ่นคิดหาทางหลบเลี่ยง ท่านหญิงอวี้ก็พลันชะงัก แล้วร่างทั้งร่างก็ล้มลงไปกะทันหันทันใดนั้น ร่างสูงใหญ่ก็มาปรากฏตรงหน้าเขาเฟ่ยหนานอวี่เพ่งมองอย่างถี่ถ้วน พบว่าเป็นโม่จิ่วเยี่ยที่ปลอมตัวมาเมื่อเขาเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยยังอยู่ในจวนอ๋องเก้า เขาก็คิดโดยไม่รู้ตัวว่าเรื่องที่โม่จิ่วเยี่ยต้องท าคงยังไม่ส าเร็จดังนั้นเฟ่ยหนานอวี่จึงถามว่า “คุณชายเก้าต้องการให้ข้าช่วยเหลืออะไรหรือไม่?”โม่จิ่วเยี่ยท าสิ่งต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะเอ่ยบอก เขากวาดสายตามองรอบ ๆ อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าไม่มีบุคคลน่าสงสัย จึงดึงเฟ่ยหนานอวี่ไปยังมุมลับตา