รย์ซือเหมิงได้ส าเร็จและออกจากจวนอ๋องเก้าแล้ว แม้ศพเหล่านั้นจะลอยขึ้นมาและถูกคนค้นพบก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาอีกหลังจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็สังเกตการณ์ด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ได้ยินเสียงพิณวันนั้นแม้โม่จิ่วเยี่ยจะอยู่ในเมืองหลวงมาหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาจวนอ๋องเก้า จึงไม่เคยรู้มาก่อนว่าภายในจวนจะมีสถานที่เปลี่ยวร้างเช่นนี้เบื้องหน้าเขาปรากฏพุ่มหญ้าผืนหนึ่ง วัชพืชมากมายสูงกว่าคนหนึ่งคน เห็นได้ชัดว่าที่นี่ไม่มีผู้ใดมาคอยดูแลหากไม่ใช่เพราะเขามีความสามารถในการรับรู้ทิศทางที่แม่นย าก็คงสงสัยว่าตนเองเดินมาผิดทางหรือไม่
โชคดีที่เขาสามารถมองผ่านวัชพืชเหล่านั้นและเห็นเรือนหลังหนึ่งอยู่ไม่ไกล มองจากไกล ๆ เรือนนั้นดูทรุดโทรมมากเขาเดาว่าที่นั่นน่าจะเป็นสถานที่ที่ปรมาจารย์ซือเหมิงก าลังพ านักอยู่ซ่อนตัวได้อย่างแนบเนียนจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะวันนั้นเขาสังเกตเห็นร่องรอยบางอย่าง คงยากที่จะรู้ว่ามีคนซ่อนตัวอยู่ที่นี่โม่จิ่วเยี่ยไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังขณะเดินผ่านหญ้ารกทึบ เขาจึงเลือกเดินอ้อมไปตามขอบเมื่อเดินออกจากพุ่มหญ้า ภาพตรงหน้ากลับให้ความรู้สึกโล่งโปร่งขึ้นมาทันที่เรือนหลังนี้แม้จะดูเก่าและทรุดโทรมไปบ้าง แต่กลับถูกท าความสะอาดอย่างหมดจดและจากการสังเกต รอบบริเวณนี้ไม่มีองครักษ์เงาซ่อนตัวอยู่โม่จิ่วเยี่ยคิดว่า พวกองครักษ์เงาส