หร่านก็มักจะง่วง แต่วันนี้กลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาดนางซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของโม่จิ่วเยี่ย เอ่ยปากก าชับสามีเบา ๆ“พอไปถึงเมืองหลวง ไม่ว่าจะพบตัวปรมาจารย์ซือเหมิงหรือไม่ท่านก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี ข้ากับลูกจะรอท่านกลับมาอย่างปลอดภัยอยู่ที่นี่ ตอนนี้ท่านไม่ได้ตัวคนเดียว ข้าไม่อยากเป็นอย่างพวกพี่สะใภ้ที่ต้องคอยกังวลเรื่องท่านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะล้มป่วยได้”
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกสงสาร จึงสวมกอดภรรยาแสนรักแน่นขึ้น พลางจุมพิตหน้าผากนางอย่างอ่อนโยน “เจ้าจงวางใจเถอะ วันเวลาที่ดีเช่นนี้ข้ายังไม่ทันได้สัมผัสมันเต็มที่ ย่อมปลอดภัยกลับมาเเละอยู่เคียงข้างเจ้ากับลูกของเราไปชั่วชีวิต”……ถึงแม้ว่าทุกสิ่งจะถูกจัดเตรียมพร้อมแล้ว แต่โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่คิดจะออกเดินทางทันที่เมื่อลองค านวณดูแล้ว ชาวหนานเจียงสองคนนั้นน่าจะเพิ่งเดินทางมาถึงซีเป่ย การตามหาเหยี่ยวปีกทองของพวกเขาจะส าเร็จหรือไม่ ล้วนต้องใช้เวลาคาดว่าปรมาจารย์ซือเหมิงผู้มากเล่ห์ จะต้องคาดการณ์เวลาที่พวกเขากลับเมืองหลวง เพื่อไปตรวจสอบผลลัพธ์แน่ดังนั้นเขาจึงตั้งใจว่าจะออกเดินทางช้ากว่าก าหนดสักสองสามวันบังเอิญว่าช่วงนี้มีเวลาว่าง เขาจึงจะขนไม้จากในเมืองกลับมาผ่านไปสามวัน สุนัขในพื้นที่มิติของเฮ่อจือหร่านก็โตจนมีขนาดเท่าสุนัขโตเต็มวัยแล้ว ยิ่งกว่านั้น พวกมันยังถูกข้าวปั้นน้อยฝึกจนเชื่อฟังยิ่งกว่าสุนัขทหารเสียอีก หากปล่อยอ