โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยถาม “จัดการศพเรียบร้อยแล้วหรือไม่”พี่แปดตอบกลับด้วยน ้าเสียงเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด “บุรุษผู้นั้นช่าง…ข้าเพียงตัดแขนเขาไปข้างเดียว เขาก็ตกใจตายเสียแล้ว”“การล้างแค้นนี้ยังใช้เวลาไม่นานเท่ากับการจัดการศพเสียอีก…”โม่จิ่วเยี่ยอดหัวเราะไม่ได้ “บุรุษผู้นั้นดูก็รู้ว่าเป็นประเภทกลัวตายถึงตายไปก็ช่างเถอะ”พี่ห้ารู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยต้องการถามอะไร “สองศพนั่นพวกข้าโยนไปไว้หลังเขาแล้ว”พูดถึงหลังเขา โม่จิ่วเยี่ยยังไม่เคยไปสักครั้งเดียวได้ยินชาวบ้านร ่าลือกันว่า ชนเผ่าหมานอี๋ยามขาดแคลนเสื้อผ้าอาหารก็จะผ่านมาทางนั้น แล้วข้ามเขาด้านหน้าเข้ามาในหมู่บ้านซีหลิ่งเมื่อพวกพี่ชายได้ไปที่นั่นแล้ว โม่จิ่วเยี่ยคิดว่าจ าเป็นต้องถามไถ่สักหน่อย“พี่ห้า ตอนที่พวกท่านไปหลังเขา พบเห็นสิ่งใดน่าสงสัยหรือร่องรอยสัญลักษณ์พิเศษอะไรบ้างหรือไม่”
จากประสบการณ์ท าศึกสงครามมาหลายปีของโม่จิ่วเยี่ย การน าทัพบุกไปยังกองก าลังของศัตรูล่วงหน้า จะต้องส่งคนสอดแนมไปหาเส้นทางและท าเครื่องหมายเอาไว้ก่อนจากค าบอกเล่าของคนหมู่บ้านซีหลิ่ง พวกเขากล่าวว่าชนเผ่าหมานอี๋มักจะยกก าลังคนมารุกรานทุก ๆ หนึ่งหรือสองปี ในภูเขาที่ลึกเช่นนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ท าสัญลักษณ์อะไรไว้เรื่องที่ชนเผ่าหมานอี๋มารุกราน พวกเขาพี่น้องก็เคยได้ยินมาบ้างด้วยเหตุนี้ ตอนพี่ห้าเดินทางไปถึงภูเขาด้านหลัง จึงสังเกตอย่างถี่ถ้วนแล้วนี่เป็นเรื่องที่เขาอยากบ