ดังนั้น นางจึงไม่ได้แสดงความคิดเห็นของตนเอง นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วคานวณวันเดือนปีเกิดของทั้งสองคน
คนสกุลโม่และเมิ่งไห่หนิงไม่ได้พูดอะไร รอผลการคานวณของ แม่สื่อเงียบ ๆ
เห็นแม่สื่อหลิวเขียน ๆ วาด ๆ อยู่นาน สีหน้าแห่งความยินดีก็ยิ่ง เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
นางวางใบวันเดือนปีเกิดลง แล้วลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ยินดีกับใต้เท้าเมิ่ง ยินดีกับฮูหยินผู้เฒ่า วันเดือนปีเกิดของคู่ บ่าวสาวคู่นี้เข้ากันได้เป็ นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็ นคู่ที่สวรรค์สรรสร ้าง มาเลยทีเดียว”
แม่สื่อหลิวหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อด้วยท่าทางตื่นเต้น “ข้า ทางานเป็ นแม่สื่อมาหลายปีแล้ว แต่นี่เป็ นครั้งแรกที่ข้าเห็นดวงชะตาที่ เข้ากันได้ดีมากเช่นนี้ การแต่งงานของคู่บ่าวสาวนี้จะราบรื่นไปเสีย ทุกอย่าง แม้ไม่ต้องเลือกฤกษ์ยามก็ไม่มีปัญหาอะไร”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ต่างแสดงสีหน้ายินดี
เมิ่งไห่หนิงตื่นเต้นจนถึงกับเอ่ยคาว่า ‘ดี’ ถึงสามครั้ง
แน่นอนว่าคาพูดของแม่สื่อทาให้ทุกคนรู ้สึกสบายใจ แต่ฮูหยินผู้ เฒ่าก็ยังอยากมอบสิทธิ์ในการตัดสินใจให้เมิ่งไห่หนิง
เช่นนี้จึงไม่ถือว่าเป็ นการผิดธรรมเนียม เพราะสุดท้ายแล้วฝ่ าย ชายก็เป็ นผู้ก าหนดวันแต่งงานอยู่ดี
“ใต้เท้าเมิ่งคิดว่า ฤกษ์ยามไหนเหมาะจะรับหานเยี่ยเข้าบ้าน?”
เมิ่งไห่หนิงอยากแต่งงานกับโม่หานเยี่ยเร็ว ๆ วันที่เขาชอบที่สุด คือวันที่ยี่สิบหกเดือนสี่