ีคนตะโกนว่า “ไปเชิญใต้เท้าให้เปิดศาล พิจารณาคดีวางยาพิษ!”โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่ามีคนวิ่งไปเชิญเมิ่งไห่หนิงแล้ว จึงพูดกับพี่แปดว่า“พี่แปด ท่านไปโรงหมอเชิญหมอมาสักคนเถอะ”โม่ชูหานท างานเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ในเมืองอวิ่นมานานหลายเดือนแล้ว จึงรู้ทุกซอกทุกมุมในเมืองเป็นอย่างดี ที่ไหนมีหมอเก่ง ๆเขาก็รู้ดีโดยไม่ต้องให้โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยปาก“ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ที่บ้านมีน้องสะใภ้เก้าที่เป็นหมอเทวดาอยู่ คนในบ้านเจ็บป่วยก็ไม่เคยต้องเชิญหมอคนไหนมาโม่ชูหานคิดว่าคนงานในบ้านถูกวางยาพิษ น้องสะใภ้เก้าคนเดียวอาจรับมือไม่ไหว น้องเก้าถึงได้เร่งรัดให้เขาไปเชิญหมอมาการถูกวางยาพิษไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ หากไม่ระวังก็อาจถึงแก่ชีวิตได้…โม่ชูหานไม่ได้ฟังค าพูดของน้องชายอย่างละเอียดถี่ถ้วน โม่จิ่วเยี่ยบอกให้เขาเชิญหมอมาสักคน ค าว่า “มา” นั้นหมายถึงมาที่ที่ว่าการ และจ านวนหนึ่งคนเขาก็ไม่ได้ยินเขาตรงเข้าไปในเมือง เชิญหมอที่มีชื่อเสียงจากโรงหมอต่าง ๆมาที่หมู่บ้านซีหลิ่งทั้งหมดแน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในภายหลังพี่ห้าผูกรถม้าไว้ตรงคอกม้าหน้าประตูที่ว่าการ แล้วเดินตามโม่จิ่วเยี่ยเข้าไปด้านในเมื่อได้ยินว่ามีคนจากสกุลโม่มา เมิ่งไห่หนิงก็รีบรุดมาที่ห้องพิจารณาคดีราวกับติดปีกบินตอนที่โม่จิ่วเยี่ยกับพี่ห้าเห็นเขา อีกฝ่ายก็ก าลังจัดหมวกขุนนางที่เอียงอยู่เล็กน้อย
พอเห็นคนทั้งสอง เมิ่งไห่หนิงก็เดินออกมาจากหลังโต๊ะอย่างกระตื