โม่จิ่วเยี่ยจูงมือเฮ่อจือหร่านเข้าไปในห้องด้วยกันเห็นว่าเต๋อเฟยเหนียงเหนียงตื่นขึ้นมาแล้วจริง ๆ แต่เหมือนนางจะยังไม่มีเรี่ยวแรงนักตอนยังเด็ก โม่จิ่วเยี่ยมักเข้าวังบ่อย ๆ เขาเคยพบเต๋อเฟยเหนียงเหนียงมาหลายครั้ง ดังนั้นทั้งสองจึงไม่ถือว่าเป็นคนแปลกหน้าเต๋อเฟยเหนียงเหนียงหรี่ตามองส ารวจผู้มาเยือน แล้วพูดอย่างยากล าบากว่า “เจ้าคือ…คุณชายเก้าใช่หรือไม่?”ส าหรับเต๋อเฟยเหนียงเหนียงแล้ว โม่จิ่วเยี่ยไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อนาง เขาจึงประสานมือค านับ“คารวะเต๋อเฟยเหนียงเหนียง”เต๋อเฟยเหนียงเหนียงโบกมือช้า ๆ “ไม่มีเต๋อเฟยเหนียงเหนียงอีกแล้ว ต่อไปข้าเป็นเพียงสตรีสามัญชนคนหนึ่ง หากคุณชายเก้าไม่รังเกียจ ก็เรียกข้าว่าป้าเหมยเถอะ”เหมยคือชื่อเรียกส าหรับคนที่สนิทของเต๋อเฟยเหนียงเหนียง นางกับบุตรชายต้องปลอมตัวใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนต่อไป ย่อมไม่สะดวกจะเปิดเผยแซ่ ดังนั้นจึงให้โม่จิ่วเยี่ยเรียกนางว่าป้าเหมยโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ปฏิเสธ เขาเอ่ยปากเรียกอีกครั้ง “ป้าเหมย”
เต๋อเฟยเหนียงเหนียงกะพริบตาแสดงถึงความยินดี จากนั้นจึงมองไปที่เฮ่อจือหร่าน“นี่คือภรรยาของเจ้าใช่หรือไม่”โม่จิ่วเยี่ยดึงเฮ่อจือหร่านมาข้างกาย “ใช่ขอรับ นี่คือภรรยาของข้า”เฮ่อจือหร่านท าความเคารพเต๋อเฟยเหนียงเหนียงด้วยท่าทีสง่างาม พร้อมกับสังเกตอาการของนางอย่างละเอียดสีหน้าของเต๋อเฟยเหนียงเหนียงดูสดใสขึ้นกว่าตอนที่พบกันครั้งแรก แต่มุมปากยังคงมีร่อ