ือหร่านรออยู่ในบ้านเก่าไม่นาน โม่จิ่วเยี่ยกับหนานรุ่ยก็พาเต๋อเฟยเหนียงเหนียงมาถึง ดูก็รู้ว่าหนานรุ่ยร้อนใจจะช่วยชีวิตมารดาของตนเพียงใดหนานรุ่ยเห็นหญิงชราผมขาวใบหน้าเหี่ยวย่นยืนอยู่ในห้อง ก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือปรมาจารย์ถอนพิษที่โม่จิ่วเยี่ยไปเชิญตัวมาเมื่ออยู่ต่อหน้ากับคนที่สามารถช่วยชีวิตมารดาได้ เขาจึงแสดงความเคารพอย่างสูง จนท าให้เฮ่อจือหร่านรู้สึกประหลาดใจหนานรุ่ยก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าเฮ่อจือหร่านทันที่“ท่านปรมาจารย์ ขอเพียงท่านสามารถช่วยชีวิตเสด็จแม่ของข้าได้ ไม่ว่าอะไรข้าก็ยอมท าให้ทั้งนั้น”
เฮ่อจือหร่านไม่คิดว่าหนานรุ่ยจะยอมคุกเข่าให้นางแต่นางไม่ได้รู้สึกยินดีกับการกระท านั้นเลย ท าเพียงรับค าแทนสกุลโม่เท่านั้น การค านับนี้ นางรับไว้เพราะถือเป็นบุญคุณที่ช่วยชีวิตคน ยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด หนานรุ่ยก็เคยท าอันตรายต่อคนสกุลโม่ ก็ถือเสียว่านี่เป็นการขอโทษของเขาต่อคนสกุลโม่แล้วกัน“สกุลโม่มีบุญคุณต่อท่าน ข้าต้องการให้ท่านสาบาน หลังจากที่ข้าช่วยถอนพิษให้เสด็จแม่ท่านแล้ว ชั่วชีวิตนี้ท่านจะไม่ท าหรือคิดร้ายต่อสกุลโม่เด็ดขาด” เฮ่อจือหร่านตั้งใจกดเสียงให้ต ่าลงนางเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของค าสาบาน ตราบใดที่หนานรุ่ยไม่ท าอันตรายต่อคนสกุลโม่ ต่อไปก็จะไม่มีใครในวังหลวงที่คอยจับผิดสกุลโม่ และพวกเขาก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในซีเป่ยแน่นอนว่านางกับโม่จิ่ว