้เห็นคนทั้งคู่ออกมา พี่สะใภ้สี่รีบเข้ามาจับแขนของเฮ่อจือหร่านและถามว่า “น้องสะใภ้เก้า พี่สี่เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
เฮ่อจือหร่านตบมือพี่สะใภ้สี่เบา ๆ “พี่สะใภ้สี่วางใจเถอะ พี่สี่รักษาส าเร็จแล้ว เพียงแต่ข้าตั้งใจจะสังเกตอาการเขาต่ออีกสักพักถึงจะส่งตัวเขากลับไปได้”พี่สะใภ้สี่รู้สึกงุนงงมาก ปกติแล้วเมื่อหมอรักษาเสร็จก็มักจะให้ญาติเข้าไปดูแลต่อไม่ใช่หรือแต่น้องสะใภ้เก้ากลับบอกว่านางจะสังเกตอาการของเขาต่ออีกสักพัก ท าให้นางอดสงสัยไม่ได้ว่าอาการของสามีนางจะมีปัญหาอะไรหรือไม่“น้องสะใภ้เก้า หรือว่าอาการบาดเจ็บของพี่สี่รักษาไม่หาย หากรักษาไม่หายก็ไม่เป็นไรหรอก ข้าเลี้ยงดูเขาเหมือนตุ๊กตาก็ได้ ข้าสามารถดูแลเขาไปได้ตลอดชีวิต”เฮ่อจือหร่านเห็นว่าพี่สะใภ้สี่เป็นห่วงจนสับสนและเข้าใจผิด จึงรีบอธิบายว่า “พี่สะใภ้สี่วางใจเถอะ อาการของพี่สี่ไม่ได้เลวร้าย ที่ข้าต้องสังเกตอาการเขาต่อก็เพราะกังวลว่าเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอาจจะรู้สึกเจ็บปวดตรงไหน ข้าจะได้รักษาเขาได้ทันท่วงที”เฮ่อจือหร่านไม่สามารถอธิบายได้มากกว่านี้ จึงได้แต่ใช้ข้ออ้างเหล่านี้แก้ตัวไปฮูหยินผู้เฒ่าเชื่อมั่นในวิชาแพทย์ของสะใภ้เก้ามาก แม้นางจะรู้สึกสงสัยที่เฮ่อจือหร่านไม่ให้พวกนางดูอาการของโม่ซิวเหยียนเช่นกัน แต่ก็ยังคงเลือกที่จะยืนอยู่ข้างเฮ่อจือหร่าน
“สะใภ้สี่ เจ้าฟังน้องสะใภ้เก้าของเจ้าเถอะ สิ่งที่นางพูดต้องมีเหตุผลแน่นอน” นางพูดพลางมองไปยังคนอื่