“เจ้าได้รวบรวมข่าวเกี่ยวกับสกุลโม่ของข้าแล้วหรือไม่?”ชายชาวหนานเจียงส่ายหน้าสุดก าลัง “ไม่เลย”โม่จิ่วเยี่ยไม่เชื่อเลยสักนิด“เมื่อครู่พวกนักเลงบอกว่าเจ้าอยู่ในเมืองอวิ่นมาเดือนกว่าแล้วเป็นไปได้อย่างไรที่เจ้าจะไม่ได้ท าอะไรเลยตลอดหนึ่งเดือนนี้?”ชายชาวหนานเจียงพยักหน้าอย่างแรง“ข้าไม่ได้ท าอะไรเลยจริง ๆ”คนผู้นี้รักตัวกลัวตาย โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าเขาไม่น่าจะก าลังโกหก“เพราะอะไร?”“ตอนที่ข้าออกเดินทางมาที่เมืองอวิ่น อาจารย์ปู่ได้มอบนกพิราบส่งสารพิเศษให้ข้าตัวหนึ่ง นกพิราบตัวนั้นฉลาดมาก ไม่ว่าอาจารย์ปู่จะอยู่ที่ใด มันก็สามารถตามหาได้”“แต่ข้าเพราะลุ่มหลงในเสน่ห์หญิงงาม จึงไปดื่มสุราที่หอนางโลมในเมืองมณฑล และไม่ระวังตัวจึงจนถูกคนขโมยนกพิราบสื่อสารไป”“อาจารย์ปู่เป็นคนโหดเหี้ยมมาก หากเขารู้ว่าข้าท านกพิราบหาย เขาคงจะเอาชีวิตข้าแน่ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงไม่กล้ากลับไปหนานเจียง และตัดสินใจซ่อนตัวในต้าซุ่นชั่วคราว”
โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะ “แล้วเจ้าก็เป็นนายใหญ่อู่เดินเรือแทนใช่หรือไม่?”ชายชาวหนานเจียงพยักหน้า “ข้าเดินเตร่อยู่ในเมืองมณฑลเกือบหนึ่งเดือน พบว่าที่นั่นไม่มีกิจการใดที่จะท าเงินได้มากนัก จึงตัดสินใจมาที่เมืองอวิ่น ได้ยินชาวบ้านพูดกันว่ากิจการเดินเรือเป็นกิจการที่ไม่ต้องลงทุนแต่ท าเงินได้ดี จึงมุ่งหมายไปที่นั่น”ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ชายชาวหนานเจียงผู้นี้ก็แค่ไม่ต้องการติ