สดงท่าทีหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดชายชาวหนานเจียงเห็นสายตาคมกริบราวกับใบมีดของเขาพลันตกใจจนเหงื่อท่วมตัว เม็ดเหงื่อไหลลงมาจากหน้าผากโดยไม่รู้ตัวน่าเสียดายที่มือเท้าของเขาถูกมัดแน่นหนา จึงไม่สามารถเช็ดเหงื่อเหล่านั้นได้“อาจารย์ปู่ของข้าส่งข้ามาสืบข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ของจวนฮู่กั๋วกง คนสกุลโม่แห่งต้าซุ่น”เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ …
โม่จิ่วเยี่ยถามต่อไปว่า “อาจารย์ปู่ของเจ้าคือปรมาจารย์ซือเหมิงใช่หรือไม่?”“เจ้า…เจ้ารู้ได้อย่างไร?” ชายชาวหนานเจียงเหมือนจะเข้าใจบางอย่าง จึงถามอย่างติดขัดว่า “หรือว่าเจ้าคือโม่จิ่วเยี่ย?”แม้เขาจะไม่เคยเห็นโม่จิ่วเยี่ยด้วยตาตัวเอง แต่ก็เคยได้ยินมาว่าบุรุษสกุลโม่ล้วนหน้าตาหล่อเหลาและมีวรยุทธ์สูงส่งตัวเขาเองก็เป็นคนมีวรยุทธ์ แต่เมื่อครู่กลับถูกคนผู้นี้ท าร้ายจนไม่มีทางสู้ คนที่มีฝีมือขนาดนี้ ในเมืองอวิ่นคงมีแค่โม่จิ่วเยี่ยเท่านั้นโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ปิดบัง “ใช่ ข้าเอง”ชายชาวหนานเจียงเห็นเขายอมรับ ก็ตกใจจนร่างกายขดเข้าหากันทันที่“คุณชาย…คุณชายโม่ ข้ามาที่นี่เพราะความจ าเป็นจริง ๆ ขอท่านโปรดเมตตาปล่อยข้าไปสักครั้งเถอะ!”โม่จิ่วเยี่ยไม่ตอบรับค าพูดของเขา แต่กลับเร่งเร้าว่า “ถ้าไม่อยากให้ข้าส่งเจ้าไปพบพญายมด้วยมือของข้าเอง ก็บอกทุกอย่างที่ข้าอยากรู้มา”ชาวหนานเจียงกลัวว่าถ้าพูดช้าอีกฝ่ายก็จะจัดการเขา จึงรีบพูดทันทีหลังจากสิ้นเสียงของโม่จิ่วเยี่ยว่า
“อาจารย์ปู่ของข้าสั่