อกทุกอย่างที่ข้ารู้”โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านหัวเราะเยาะออกมาพร้อมกัน ค าพูดนี้แม้แต่ผีสางก็ยังไม่เชื่อ แต่คนคนนี้กลับกล้าพูดออกมาได้โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้าไปเตะคนทันที่ จุดที่โดนเตะคือแขนข้างที่หักของเขาชายชาวหนานเจียงร้องครวญครางเจ็บปวด ท าให้คนที่เดินผ่านไปมาหยุดดูด้วยความสนใจโม่จิ่วเยี่ยเห็นดังนั้นจึงจับเขาขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับดึงตัวเฮ่อจือหร่านออกไป“หร่านหร่าน พวกเราไปหาที่ที่เงียบกว่านี้กันเถอะ”ทั้งสองเลี้ยวเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ โม่จิ่วเยี่ยโยนคนนั้นลงบนพื้นอีกครั้งคราวนี้ชายชาวหนานเจียงกลัวแล้วจริง ๆ เมื่อครู่เขาคิดว่าหากอยู่บนถนนที่มีคนเดินผ่านไปมา ชายคนนี้คงไม่กล้าท าอะไรเขาแต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ที่นี่เป็นที่เปลี่ยว หากพวกเขาฆ่าตนเองก็ไม่มีใครรู้ทั้งนั้น“วะ…ไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยเดินเข้าไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยเสียงเย็นว่า “ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ ก็บอกที่มาที่ไปของเจ้ามาตามตรง”ตอนนี้ภรรยาของเขาก าลังตั้งครรภ์ เขาไม่อยากให้นางใช้วิชาสะกดจิตอีก หากเกิดอันตรายต่อร่างกายมันคงไม่คุ้มค่ายิ่งไปกว่านั้น คนจากหนานเจียงผู้นี้ก็ดูเป็นคนขี้ขลาด แม้ไม่ต้องข่มขู่หรือหลอกล่ออะไรมากก็คงจะบอกความจริงเองชายชาวหนานเจียงเป็นพวกรักตัวกลัวตายจริง ๆ เพื่อเอาชีวิตรอดแล้ว เขาจึงเล่าที่มาที่ไปของตัวเองออกมาทั้งหมด“ข้ามาจากหนานเจียง”“เรื่องนี้ข้ารู้แล้ว พูดเรื่องส าคัญมาเสีย” โม่จิ่วเยี่ยแ