้องเจ้าหน้าที่เช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วรายงานต่อ “พี่น้องที่เดินน าหน้าหมดสติไปหลายคนแล้ว หัวหน้าก็รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อยขอรับ”คราวนี้เป็นตาโม่จิ่วเยี่ยที่สงบนิ่งไม่ได้แล้วพี่แปดเพิ่งรอดตายมาหวุดหวิด ไม่อาจถูกพวกคนชั่วท าร้ายได้อีก
ยิ่งไปกว่านั้น เขากับเฮ่อจือหร่านต่างมีความเห็นตรงกันว่า อู่เดินเรืออาจเป็นเพียงอันธพาลท้องถิ่นส าหรับเมืองอวิ่น ส่วนใหญ่เป็นพวกนักเลงทั่วไปอย่างไรก็ตาม คนที่รู้จักใช้ยาพิษและกล้าใช้มันกับพวกเจ้าหน้าที่ทางการ คงไม่ใช่นักเลงธรรมดาแน่จากการวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว พวกเขาต่างลงความเห็นว่าเจ้าของอู่เดินเรือนี้ไม่ใช่คนธรรมดาด้วยสถานการณ์เร่งด่วน โม่จิ่วเยี่ยจึงลุกขึ้นพูดกับเมิ่งไห่หนิง“น้องชายเมิ่ง ข้าจะไปดูสถานการณ์ตอนนี้ก่อน”เฮ่อจือหร่านรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยเป็นห่วงความปลอดภัยของพี่แปด แต่เขาไม่รู้เรื่องยาพิษ การบุ่มบ่ามจะไปดูเช่นนี้อาจเสียเปรียบได้นางลุกขึ้นตาม “ท่านพี่ ท่านพาข้าไปด้วยนะ”เฮ่อจือหร่านพูดด้วยสายตาที่มุ่งมั่นแต่ครั้งนี้โม่จิ่วเยี่ยปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไร“ไม่ได้ ตอนนี้เจ้าก าลังตั้งครรภ์ ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าไปเสี่ยงอันตรายได้”เฮ่อจือหร่านมองหน้าท้องของตัวเอง ตอนนี้นางไม่ควรท าอะไรเกินตัวจริง ๆ
คิดไปคิดมา นางก็เดินออกจากประตูใหญ่ของที่ว่าการพร้อมกับโม่จิ่วเยี่ยในมุมอาคารซึ่งไม่มีใคร นางมอบหน้ากากป้องกันพิษแบบล่องหนให้โม่จิ่วเยี่ยสิ่งนี้เป็นของที่