ยความล าบากใจ
เฮ่อจือหร่านเห็นเขายืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่มีทีท่าว่าจะจากไป จึงถามว่า “มีอะไรที่ต้องจัดการอีกหรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยชี้ไปที่รถม้าสองคันแล้วพูดว่า “รถม้าสองคันนี้ พวกเราต้องออกไปจ้างคนขับสักคนถึงจะได้”
“ไม่จ าเป็น ข้าก็ขับรถม้าได้ พวกเราแต่ละคนขับกันคนละคัน”นางไม่เห็นด้วยกับการจ้างคน แค่คนคนเดียวก็ท าให้นางระแวงแล้ว
ถ้าบังเอิญจ้างคนขับรถม้าที่ไม่รู้จักเหตุผลอีก จะไม่เป็นการหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ?
โม่จิ่วเยี่ยจะไม่รู้เหตุผลนี้ได้อย่างไร แต่ตอนนี้ภรรยาของเขาก าลังตั้งครรภ์ ไม่เหมาะจะเดินทางไกล ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นระหว่างทาง เขาคงไม่ให้อภัยตัวเองไปชั่วชีวิต
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยก าลังคิดอะไรอยู่ จึงปลอบใจเขาว่า“ท่านวางใจได้ ข้าจับชีพจรตัวเองแล้ว ลูกของพวกเราแข็งแรงดี ข้าแค่ระวังตัวสักหน่อยก็ไม่มีปัญหา อีกอย่าง ข้านั่งอยู่ในรถม้าหรือนั่งขับรถม้าอยู่ข้างนอกก็ไม่ต่างกัน เจอสภาพพื้นถนนที่ไม่ดีก็ต้องโคลงเคลงอยู่ดี และถ้าให้ข้าขับเอง จะได้เห็นสถานการณ์ภายนอกถ้าเจออันตรายก็จะพาพวกท่านหลบเข้าพื้นที่มิติได้ทันท่วงที”
เพื่อโน้มน้าวโม่จิ่วเยี่ย นางมีเหตุผลเป็นหมื่นข้อ สรุปคือแต่ละเหตุผลล้วนมีน ้าหนักทั้งนั้น
โม่จิ่วเยี่ยมองนางด้วยความลึกซึ้ง เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์เช่นนี้
ภรรยาก าลังตั้งท้องแต่ยังต้องมาทนล าบากเช่นนี้กับเขา
ในตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกล