การตามหาเบาะแสที่หนานเจียงนั้นเป็นสิ่งที่บุรุษสกุลโม่ควรท าแต่เขากลับไร้ความสามารถถึงขนาดต้องพาภรรยาผู้อ่อนแอมาด้วยโม่จิ่วเยี่ยยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิด เดินเข้าไปลูบหลังเฮ่อจือหร่านเบา ๆ“หร่านหร่าน การเดินทางมาหนานเจียงครั้งนี้ท าให้เจ้าล าบากจริง ๆ พอฟ้าสางแล้ว พวกเราจะออกเดินทางไปจากที่นี่ทันที”ตอนนี้เฮ่อจือหร่านรู้สึกแย่มาก นางไม่สามารถตอบรับค าพูดของเขาได้เลยหลังจากอาเจียนน ้าเปรี้ยว ๆ ออกมามากมายก็รู้สึกสบายขึ้นบ้างนางจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนโม่จิ่วเยี่ยรีบเข้ามาประคองนางไว้ แล้วยื่นน ้าเปล่าให้อย่างใส่ใจ“หร่านหร่าน พอฟ้าสางข้าจะพาเจ้าเข้าเมืองไปหาหมอ” โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าหมอไม่ควรรักษาตัวเอง เขาคิดว่าหร่านหร่านก็คงจะเป็นแบบนั้นเหมือนกันแต่เฮ่อจือหร่านกลับส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร ตรวจดูเองได้”พูดจบ นางก็ถูกโม่จิ่วเยี่ยพยุงให้นั่งลงบนเก้าอี้ในห้องครัวจากนั้นหญิงสาวก็วางนิ้วมือบนชีพจรของตัวเองพอตรวจดูแล้ว เฮ่อจือหร่านถึงกับตกตะลึง
เดิมทีคิดว่าเป็นอาการท้องเสียเพราะไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในหนานเจียง ใครจะรู้…นางตั้งครรภ์แล้ว!และจากการตรวจชีพจรและระยะเวลา นางน่าจะท้องได้เกือบสองเดือนตอนนี้เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าควรร้องไห้หรือหัวเราะดีคนบ้านสกุลโม่รอคอยทายาทรุ่นต่อไปมานาน แต่เด็กคนนี้กลับเลือกมาในเวลาเช่นนี้ยามนี้พวกเขาอยู่ในหนานเจียง อีกไม่กี่วันก็จะต้องฉวยโอกาสเดินทางกลับการพาพี่หกและพี่เจ็ด