ปรมาจารย์ซือเหมิงที่พวกเขาตามหาอย่างยากล าบากกลับอยู่ที่นั่นแต่พวกเขาช้าไปแค่ก้าวหนึ่ง จนตอนนี้ปล่อยให้คนหนีไปได้เสียแล้วความรู้สึกเช่นนี้ไม่ดีเลยแม้พวกเขาจะไม่ได้เผชิญหน้ากับปรมาจารย์ซือเหมิงโดยตรงแต่จากร่องรอยต่าง ๆ ที่เขาแสดงออกมาบ่งชี้ว่าคนผู้นี้มากเล่ห์โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกเสียใจนัก เขาปล่อยให้ปรมาจารย์ซือเหมิงหนีไปได้ขณะเดียวกัน เขาก็สงสัยว่าคนที่พวกเขาเจอบนถนนสายหลักและโปรยผงพิษใส่พวกเขา จะเป็นปรมาจารย์ซือเหมิงหรือไม่ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นปรมาจารย์ซือเหมิงหรือไม่ โม่จิ่วเยี่ยก็รู้ดีว่ายามนี้ไม่ใช่เวลาที่ตนจะมาคิดเสียใจเขาต้องยืนยันให้แน่ชัดว่าคนชุดขาวที่เจอบนถนนสายหลักนั้นคือปรมาจารย์ซือเหมิงหรือไม่“เมื่อวานเขาสวมชุดขาวและสวมหมวกคลุมใช่หรือไม่?”จักรพรรดิหนานเจียง “ใช่”ตอนนี้สามารถยืนยันได้แล้วว่า คนคนนั้นคือปรมาจารย์ซือเหมิง
น่าเสียดายที่คนผู้นี้เจ้าเล่ห์เหลือเกิน พวกเขามีโอกาสถึงสองครั้งแต่อีกฝ่ายก็หนีรอดไปได้เขาคิดจะหลบซ่อนตัว ต่อไปการจะหาตัวเขาก็คงยากยิ่งกว่าเก่าเฮ่อจือหร่านเห็นโม่จิ่วเยี่ยไม่ถามต่อ จึงต้องใช้ช่วงเวลาของการสะกดจิตให้คุ้มค่าเมื่อครู่ตอนที่นางใช้วิชาสะกดจิตกับจักรพรรดิหนานเจียง ก็ตัวเองไม่รู้ว่าเป็นเพราะหลายวันนี้ไม่ได้พักผ่อนให้ดีหรือไม่ ตอนสะกดจิตจึงรู้สึกเวียนศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย นางกังวลว่าการสะกดจิตครั้งนี้อาจใช้ได้ไม่นานนักดังนั้น สิ่งที่ควรถามก็ควรรีบถามใ