น คราวนี้ข้าจะระวังตัว เจ้าส่งข้าออกไปดูอีกครั้งที”ในเมื่อเริ่มมีเบาะแสแล้ว โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากปล่อยให้หลุดมือไปง่าย ๆเฮ่อจือหร่านก็มีความคิดเดียวกัน ทั้งสองปิดปากปิดจมูกแล้วปรากฏตัวนอกพื้นที่มิติอีกครั้งการเข้าออกพื้นที่มิติใช้เวลาแค่ชั่วอึดใจ แต่กลับไม่เห็นคนชุดขาวอีก สิ่งที่เห็นมีเพียงความว่างเปล่าและความมืดยามค ่าคืนที่แม้แต่จะมองมือตนเองก็ยังมองไม่เห็น
ตอนนี้สายฝนหยุดตกไปแล้ว ไม่ได้รบกวนการรับรู้ของโม่จิ่วเยี่ยอีกต่อไปเขาเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวรอบด้าน จนมั่นใจว่าคนคนนั้นห่างออกไปไกลแล้วขณะนี้ปรมาจารย์ซือเหมิงก าลังอยู่บนเส้นทางกลับสู่เมืองหลวงคนสองคนที่เพิ่งปรากฏตัวตอนนั้น เป็นผู้ที่มีวิชาตัวเบาดีที่สุดเท่าที่เขาเคยพบ กระทั่งผงพิษของเขาก็ยังหลบได้ และเพียงชั่วพริบตาก็หายไปไม่เห็นเงาแล้วเมื่อพบเจอกับยอดฝีมือระดับนี้ สิ่งเดียวที่เขาท าได้คือวิ่งหนี ยิ่งไกลจากที่นั่นเท่าไหร่ก็ยิ่งดีหลังจากโม่จิ่วเยี่ยค้นหาแล้วไม่พบอะไร เฮ่อจือหร่านจึงกล่าวว่า“กู่ลูกที่แยกจากร่างคนที่ถูกควบคุมจะตามหากู่แม่ด้วยตัวมันเอง ไม่สู้เราปล่อยกู่ลูกให้ออกมาแล้วตามมันไปดีกว่า”แม้วิธีนี้จะเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เพราะพบเบาะแสเล็กน้อยนี้แล้ว เฮ่อจือหร่านก็ไม่อยากยอมแพ้ไม่ว่าคนที่พบจะเป็นปรมาจารย์ซือเหมิงหรือไม่ ต่อให้ไม่ใช่ก็ยังเป็นคนที่บงการพี่หก หากสามารถแก้แค้นให้พี่หกได้ก็ถือว่าพวกเขาไม่เสียแรงเปล่า
“อืม ข้าคิด