งอันตรายที่เขาจินตนาการไว้ไม่ได้เกิดขึ้น หลังจากคนบนหลังม้าตกลงมา คนเหล่านั้นก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ ทุกคนเหมือนเป็นรูปปั้นทหารดินเผา ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลยเฮ่อจือหร่านถอนหายใจ ชี้ไปที่นายพลซึ่งนอนอยู่บนพื้นแล้วพูดว่า “พวกเขาน่าจะถูกคนคนนี้ควบคุมอยู่”ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยก็ตระหนักได้เช่นกัน เมื่อเห็นว่าทหารเหล่านั้นไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เขาจึงจูงมือเฮ่อจือหร่านเดินไปหานายพลคนนั้นช้า ๆเพื่อพิสูจน์ว่าคนทั้งสามสิบคนไม่มีสติสัมปชัญญะหรือไม่ใช่คนมีชีวิตอยู่แล้วจริง ๆ เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยจึงตั้งใจทดสอบพวกเขาเมื่อเดินผ่านไปการทดสอบครั้งนี้ท าให้โม่จิ่วเยี่ยต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
เขาตรวจสอบลมหายใจของคนเหล่านั้นแล้ว แต่มันกลับไม่มีเลย…ส่วนเฮ่อจือหร่านแตกต่างออกไป เพราะนางเป็นแพทย์ เมื่อตรวจว่าคนยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นางจะไม่ตรวจดูแค่ลมหายใจเท่านั้น แต่จะจับเส้นเลือดใหญ่ที่คอด้วยหากไม่ได้ทดสอบแบบนี้ นางอาจคิดว่าพวกเขาเป็นคนที่ตายแล้วทั้งหมดแม้ไม่มีลมหายใจ แต่เส้นเลือดใหญ่ยังเต้นอ่อน ๆ สถานการณ์แบบนี้เฮ่อจือหร่านก็เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกนางยังไม่ทันได้บอกโม่จิ่วเยี่ยถึงสิ่งที่ตัวเองพบ โม่จิ่วเยี่ยก็เดินเข้าไปใกล้นายพลคนนั้นแล้วเฮ่อจือหร่านเห็นอย่างนั้นจึงหยิบไฟฉายออกมา แล้วส่องไปที่ใบหน้าคนผู้นั้นโม่จิ่วเยี่ยยื่นมือไปถอดหน้ากากของเขาออก ชายหนุ่มพลันตกใจจนนั่งแน่นิ่ง ไม่สนใจว่ามือทั้งสองข้าง