หร่าน เจ้าโกรธหรือ?”เฮ่อจือหร่านไม่ใช่คนที่มีนิสัยเหมือนเด็กสาว หากไม่ใช่โม่จิ่วเยี่ยถาม นางก็คงลืมเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นในจวนรัชทายาทไปแล้วยิ่งไปกว่านั้น นางเชื่อมั่นในความรู้สึกของโม่จิ่วเยี่ยที่มีต่อนางเขาจะไม่มีความคิดอันไม่เหมาะสมกับหญิงอื่นแน่นอนถึงแม้จะมี เฮ่อจือหร่านก็ไม่กลัว ในยุคสมัยใหม่มีคู่สมรสมากมายที่หย่าร้างกันเพราะความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นหรือการนอกใจแต่ส าหรับนาง นางจะไม่ยอมประนีประนอมอย่างเด็ดขาดแน่นอนว่านี่เป็นเพียงขีดจ ากัดของนางต่อการแต่งงานเท่านั้นตอนนี้นางกับโม่จิ่วเยี่ยมีความสัมพันธ์อันดี จึงไม่จ าเป็นต้องคิดอะไรมาก
อย่างไรก็ตาม พอเขาพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเอง เฮ่อจือหร่านก็อดไม่ได้ที่จะเตือนสติเขาสักหน่อย“ดวงตาข้าไม่อาจทนต่อเม็ดทรายได้ หากวันใดที่ในใจท่านไม่มีอยู่ข้าอีกต่อไป ท่านบอกข้ามาตามตรงได้เลย”นางสามารถไปจากได้อย่างสงบ…โม่จิ่วเยี่ยเห็นนางพูดเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกกังวลมากขึ้น“หร่านหร่าน ข้าโม่จิ่วเยี่ยขอสาบานว่าชาตินี้จะรักเพียงเจ้าคนเดียว หากผิดค าสัตย์ ขอให้สวรรค์ลง…”“พอเถอะ ข้าเข้าใจแล้ว ท่านไม่ต้องพูดอีก” เฮ่อจือหร่านยื่นมือน้อยไปปิดปากเขาไว้ ท าให้เขาพูดไม่จบประโยคโม่จิ่วเยี่ยเห็นดังนั้นจึงกอดนางแน่น“หร่านหร่าน เจ้าเข้าใจข้าดีที่สุด”เฮ่อจือหร่านมองเขาด้วยสายตาดุ ๆ ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้กลายเป็นคนปากหวานไปตั้งแต่เมื่อไหร่ขณะที่ทั้งสองก าลังจะกอด