ปฏิบัติต่อองค์หญิงที่มาจากต้าซุ่นเช่นนี้ได้อย่างไร?นี่มันเหมือนกับการตบหน้าราชวงศ์ต้าซุ่นไม่ใช่หรือ…แน่นอนว่าจุดประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้ของพวกเขาคือการตามหาองค์หญิงสี่ พวกเขาย่อมจะไม่สนใจเรื่องที่จักรพรรดิซุ่นอู่ควรกังวลหนานเจียงไม่เหมือนต้าซุ่นที่มีกฎระเบียบมากมาย ประเพณีของผู้คนเปิดกว้างกว่าต้าซุ่น และไม่มีข้อห้ามเรื่องชายแปลกหน้าเข้าเรือนหลังดังนั้น ตลอดเส้นทางที่ทั้งสองตามสาวใช้มายังต าหนักเย็น แม้จะพบทหารยามมากมายก็ไม่มีใครสงสัย
สาวใช้พาสองคนเดินกะเผลก ๆ มาถึงห้องขององค์หญิงสี่ แล้วเรียกสาวใช้อีกคนให้ไปขอร้ององค์รัชทายาทให้เรียกหมอผีมาโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านมองส ารวจภายในอย่างคร่าว ๆ ในห้องมีเพียงตะเกียงน ้ามันดวงเดียวที่ส่องแสงสลัว ๆ อีกทั้งในห้องก็แทบไม่มีข้าวของตกแต่ง ท าให้ดูเงียบเหงาและไร้ชีวิตชีวาบนเตียงไม้ผุพังตรงข้ามประตูห้อง มีหญิงสาวผมเผ้ายุ่งเหยิงนอนอยู่เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยรีบเดินเข้าไปใกล้โม่จิ่วเยี่ยเคยเข้าวังบ่อย ๆ ตั้งแต่เด็ก และเป็นผู้คุ้มกันองค์หญิงสี่ตอนเดินทางไปอภิเษกสมรส ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับใบหน้าของคนตรงหน้าเมื่อยืนยันตัวตนขององค์หญิงสี่ได้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็พยักหน้าเบาๆ ให้เฮ่อจือหร่านเฮ่อจือหร่านจึงยื่นมือไปจับชีพจรตรงข้อมือขององค์หญิงสี่ผ่านไปไม่นาน เฮ่อจือหร่านจึงผละมือออกสาวใช้ถามอย่างร้อนใจว่า “อาการของพระชายาเป็นอย่างไรบ้าง?”
เฮ่อจ