โม่จิ่วเยี่ยลุกขึ้น แล้วเคำะบนโต๊ะตรงตำแหน่งที่ตรงกับก้อนเหล็กด้านล่ำงเฮ่อจือหร่านมองเห็นชัดจากใต้โต๊ะ เขำเพียงแค่เคำะไม่กี่ครั้งบริเวณที่ก้อนเหล็กติดกับพื้นโต๊ะก็เริ่มมีรอยแยกเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น“ท่านเคำะอีกหน่อย”โม่จิ่วเยี่ยรับคำ แล้วเคำะบนโต๊ะอีกครั้ง“เป็นอย่ำงไรบ้ำง?”“ยังไม่ขยับ ท่านลองเปลี่ยนตำแหน่งเคำะไปทีละนิดดู” เฮ่อจือหร่านเตือนโม่จิ่วเยี่ยเคำะโต๊ะต่อไป การเคลื่อนไหวไม่เร็วนัก ทุก ๆ สามครั้งที่เคำะเขำมักจะถำมความเป็นไปเฮ่อจือหร่านจ้องก้อนเหล็กเขม็ง“อย่ำเพิ่งขยับ น่ำจะตรงนี้แหละ ท่านเคำะต่อไปเรื่อย ๆ”นางเห็นกับตำว่า ก้อนเหล็กแยกออกจากพื้นโต๊ะมากขึ้นเล็กน้อยโม่จิ่วเยี่ยเคำะตรงตำแหน่งนั้นอีกสามครั้ง แล้วก็อีกสามครั้ง…
ก้อนเหล็กค่อย ๆ แยกออกจากพื้นโต๊ะ สิ่งที่ยื่นมาคือแท่งเหล็กขนาดเท่ำข้อมือบนแท่งเหล็กมีปุ่มหนึ่ง เฮ่อจือหร่านลองกดมันดูได้ยินเสียงตุบดังขึ้นในห้องที่เงียบสงัด ชั้นหนังสือที่ไม่เคยขยับเขยื้อนพลันค่อย ๆ เลื่อนออกจากกันกลิ่นเหม็นฉุนแพร่กระจำยออกมาในตอนที่ชั้นหนังสือเปิดออกทันที…โม่จิ่วเยี่ยรับไฟฉำยจากมือเฮ่อจือหร่าน เดินนาเข้าไปตรงทำงเข้าเป็นคนแรกนี่เป็นห้องเล็ก ๆ รอบด้านไม่มีอะไรตกแต่ง มุมห้องมีเตียงอยู่หนึ่งหลังบนเตียงนั้นมีคนนอนกำลังราบอยู่ หากไม่เห็นหน้ำอกที่กระเพื่อมขึ้นลง ก็อาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นศพโม่จิ่วเยี่ยถำมเสียงเข้ม “เจ้ำเป็นใคร?”โม่ซิวเหยียนคิดว่าเป็นคนพวกน