เมื่อเห็นว่าน้ำเสียงของหวงสวี่เริ่มช้ำลง เฮ่อจือหร่านก็รู้ว่าการสะกดจิตของนางกำลังจะหมดฤทธิ์โม่จิ่วเยี่ยก็สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบก้ำวเข้าไปถำมอย่ำงร้อนรน “คนที่พวกเจ้ำคุมขังอยู่คือใคร?”หวงสวี่ “ไม่…ไม่รู้ เป็นคนที่อาจำรย์ส่งมา”พอเขำพูดจบ ตัวเขำก็ได้สติขึ้นมาทันที่เฮ่อจือหร่านเก็บนาฬิกำพกแล้วลุกขึ้น มองไปทำงโม่จิ่วเยี่ย“ท่านยังมีอะไรจะถำมอีกหรือไม่?”โม่จิ่วเยี่ยส่ำยหน้ำ “ไม่มีแล้ว”สิ้นเสียง เขำก็ลงมือสังหารหวงสวี่ด้วยดำบเดียวส่วนศพทั้งสองนี้ ไม่จำเป็นต้องปิดซ่อน หลังพวกเขำมาถึงคฤหาสน์ซือเหมิงแล้ว ย่อมต้องสืบสวนที่นี่ให้กระจ่ำง แม้ไม่มีศพสองศพนี้ก็ย่อมดึงดูดความสนใจของผู้ที่ตั้งใจมาได้เช่นกันเฮ่อจือหร่านใช้จิตสานึก แล้วนางกับโม่จิ่วเยี่ยพร้อมกับศพทั้งสองก็ออกจากพื้นที่มิติศพสองศพถูกทิ้งไว้ตรงนั้น ทั้งสองกลับมาที่ขอบบ่อน้ำแห้งอีกครั้ง
ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่มีอันตรายอะไรในบ่อน้ำแห้งนี้อีก โม่จิ่วเยี่ยจึงโอบเอวของเฮ่อจือหร่านแล้วกระโดดลงไปพวกเขำยืนอยู่ใต้ก้นบ่อ ที่นั่นมีประตูเหล็กเว้ำเข้าไปจริง ๆ โม่จิ่วเยี่ยยื่นมือไปผลักประตูสิ่งที่ปรากฏต่อสายตำ คือทำงเดินแคบ ๆ ที่สามารถเดินได้เพียงคนเดียว สองฝั่งมีตะเกียงน้ำมันสลัว ๆ คอยส่องสว่างอยู่โม่จิ่วเยี่ยเดินนาหน้ำ ส่วนเฮ่อจือหร่านตำมมาติด ๆ เดินไปได้หลายสิบเมตร ด้านหน้ำก็สว่างขึ้นเรื่อย ๆในขณะเดียวกัน พวกเขำยังได้ยินเสียงสนทนาแว่วมา“ศิษย์พี่