โม่จิ่วเยี่ยมองอย่างถี่ถ้วน เขารู้จักคนเหล่านี้ทุกคนพวกเขาล้วนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าของเขาหลายคนพลางเดินพลางพูดคุยกันไป “พวกเราไม่ได้มาคารวะเหล่าขุนพลสกุลโม่นานมากแล้วนะ”“ฮ่า…นี่ไม่ใช่ความผิดของพวกเรานะ พวกเขาคอยจับตาดูพวกเรามาก ถ้าบังเอิญถูกจับได้ว่าพวกเรามาคารวะขุนพลสกุลโม่ พวกเขาจะต้องเอาเรื่องนี้มาหาเรื่องพวกเราแน่ ๆ”“ถ้าไม่ใช่เพราะข้ายังมีความรักชาติอยู่บ้าง ข้าก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว”ในขณะที่พวกเขาก าลังพูดกัน ทุกคนก็ตกตะลึงจนเงียบไปผ่านไปครู่ใหญ่ ทหารคนหนึ่งกลืนน ้าลายอย่างยากล าบาก แล้วชี้ไปที่หลุมศพตรงหน้า เอ่ยว่า “นี่…นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”“ใช่ สกุลโม่จงรักภักดีมาหลายชั่วอายุคน ท าไมพอตายไปแล้วยังถูกคนล่วงเกินแบบนี้?”“ข้าได้ยินมาว่าใต้เท้าจิ่วกับครอบครัวถูกเนรเทศไปซีเป่ย ข้าวางแผนจะหาโอกาสไปพบพวกเขา”“สถานการณ์ของครอบครัวใต้เท้าจิ่วตอนนี้ยังไม่รู้ว่าแน่ชัด พวกเราไปแล้วจะไม่สร้างความยุ่งยากให้พวกเขาหรือ?”
“สร้างความยุ่งยากอะไรกัน? พวกเราไปแล้วก็สามารถท างานรับใช้และช่วยเหลือใต้เท้าจิ่วได้อีก ต้องเลี้ยงดูครอบครัวใหญ่ขนาดนั้นเขาคนเดียวคงรับมือไม่ไหว”“…”ทหารหลายคนไม่อาจซ่อนสีหน้าเศร้าโศกและไม่พอใจ ค่อย ๆเดินเข้าไปข้างหน้า แล้วใช้มือเปล่ากลบดินหลุมฝังศพโม่จิ่วเยี่ยเห็นคนเหล่านี้แล้ว ในใจก็รู้สึกอยากออกไปพบพวกเขาแต่เขายังไม่อาจเปิดเผยตัวได้ในตอนนี้ เพราะเขาเดินทางมาอ