แต่ถ้าเฮ่อจือหร่านไม่ท าเช่นนี้ ก็ไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างเต็มที่หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางจึงเอ่ยว่า “ข้าอยากตรวจดูศพของพี่ใหญ่กับพี่รอง”แน่นอนว่าเมื่อนางพูดเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้ตอบตกลงทันที่ เขาขมวดคิ้วคิดอยู่นาน ก่อนจะถามว่า ” พวกเราจะหาเบาะแสอะไรจากศพได้บ้าง”เฮ่อจือหร่านรู้ว่าค าขอเช่นนี้จะถูกตั้งค าถาม นางจึงอธิบายความคิดของตัวเองออกมา“ที่ห้องพยาบาลในพื้นที่มิติของข้า มีเครื่องมือชนิดหนึ่งที่สามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างผู้คนได้ ข้าคิดว่าถ้าพี่ใหญ่กับพี่รองยังมีชีวิตอยู่ คนที่นอนอยู่ในหลุมศพก็จะไม่ใช่คนสกุลโม่ แค่ตรวจสอบก็จะรู้ผลแล้ว”โม่จิ่วเยี่ยไม่คิดว่าในพื้นที่มิติของนางจะมีวิธีการเช่นนี้ด้วยนี่เป็นวิธีที่ดีจริง ๆ ถ้าคนในหลุมศพไม่ใช่คนของสกุลโม่ ก็สามารถสรุปได้ว่าพี่ใหญ่กับพี่รองยังมีชีวิตอยู่ในทางกลับกัน ถ้าคนที่นอนอยู่นี้เป็นพี่ใหญ่กับพี่รองจริง ๆ พวกเขาก็ไม่จ าเป็นต้องตามหาคนอีกต่อไป
หลังจากวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็เดินมาที่หน้าหลุมศพของพี่ชายทั้งสองด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วโค้งค านับให้อย่างนอบน้อม“พี่ใหญ่ พี่รอง น้องชายต้องขออภัยล่วงเกิน แต่เพื่อพิสูจน์ว่าพวกท่านยังมีชีวิตอยู่ มันก็มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น”พูดจบ เขามองไปทางเฮ่อจือหร่านด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“หร่านหร่าน เจ้าไปหยิบเครื่องมือจากพื้นที่มิติมา ข้าจะลงมือขุดหลุมศพเดี๋ยวนี้”ห