เพิ่มอีกชิ้นหนึ่งแล้ว”หญิงสาวพูดไปพูดมาก็เริ่มรู้สึกเขินอายจนต้องก้มหน้าลงซีเป่ยแตกต่างจากเมืองหลวง ตอนอยู่ที่ในเมืองหลวง ตระกูลใหญ่มีกฎระเบียบมากมาย เมื่อมีแขกชายมาเยี่ยมเยือน หญิงสาวในบ้านจะไม่ออกมาให้เห็นหน้าตั้งแต่เด็กจนโตเมิ่งไห่หนิงก็เป็นชายต่างถิ่นคนแรกที่โม่หานเยี่ยได้ใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมิ่งไห่หนิงผู้มีบุคลิกโดดเด่นไม่ธรรมดา พาให้โม่หานเยี่ยรู้สึกหน้าแดงใจเต้นเมื่อได้พบฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะเหมือนจะสังเกตเห็นบางอย่างนางลุกขึ้นเรียกโม่หานเยี่ยมา “หานเยี่ย ไปสวนหลังบ้านกับแม่ดูเถอะ ให้พี่ชายเจ้าอยู่เป็นเพื่อนใต้เท้าเมิ่งแทน”โม่หานเยี่ยรับค าและเดินตามมารดาออกไปพอออกมานอกประตู สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าก็เคร่งขรึมขึ้นทันที่
นางมองโม่หานเยี่ย เด็กสาวคนนี้ถึงวัยจะพูดคุยเรื่องแต่งงานแล้วหากไม่ใช่เพราะสกุลโม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น นางก็เตรียมจะหาคู่ครองที่เหมาะสมในเมืองหลวงให้แล้วยามนี้ พวกเขามาถึงซีเป่ย สถานะอันสูงส่งของสกุลโม่ก็ไม่มีอีกต่อไป ตอนนี้พวกเขาเป็นเพียงสามัญชนคนหนึ่งเท่านั้นเรื่องการแต่งงานของโม่หานเยี่ยกลายเป็นเรื่องที่ท าให้ฮูหยินผู้เฒ่าคิดไม่ตกจริง ๆแม้ว่านางจะไม่ได้ให้ความส าคัญกับเรื่องชนชั้นมากนักโดยเฉพาะเมื่อสกุลโม่ตกอับเช่นนี้แล้ว แต่ในฐานะแม่คนหนึ่ง นางก็ยังไม่อยากให้ลูกสาวแต่งงานกับชาวไร่ชาวนาจากใจจริงแต่อย่างไรโม่หานเยี่ยก็ได้รับการศึกษาที่ดีมาต