โม่หานเยี่ยไม่ใช่คนเกียจคร้าน ปกติเวลาพวกพี่สะใภ้ยุ่งงาน นางก็จะช่วยเหลืออีกแรง
แต่วันนี้มีเมิ่งไห่หนิงอยู่ นางจึงไม่กล้าออกไปข้างนอก ทั้งบ่ายเอาแต่ขลุกอยู่ในห้อง อ่านหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรจีนที่พี่สะใภ้เก้าให้มา
จนกระทั่งถึงเวลาอาหารเย็น โม่หานเยี่ยจึงวางหนังสือแล้วเดินออกจากห้อง
ตอนนี้สภาพความเป็นอยู่ของบ้านสกุลโม่ยังมีจ ากัด เวลากินข้าวไม่ว่าชายหรือหญิงต่างก็อยู่ในห้องโถงหลัก เพียงแต่ไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันเท่านั้น
โม่หานเยี่ยคิดว่าจะนั่งให้ห่างจากโต๊ะฝั่งบุรุษสักหน่อย จะได้หลีกเลี่ยงความอึดอัดใจ
ทว่าพี่สะใภ้รองที่เป็นคนเปิดเผย กลับดึงนางให้มานั่งข้าง ๆตัวเอง ซึ่งต าแหน่งของพี่สะใภ้รองนั้นอยู่ใกล้โต๊ะของเหล่าบุรุษมากที่สุด
โม่หานเยี่ยอยากจะปฏิเสธ แต่พวกพี่สะใภ้เคลื่อนไหวเร็วเกินไปที่นั่งอื่นจึงถูกนั่งไปหมดแล้ว นางจึงจ าต้องฝืนนั่งข้าง ๆ พี่สะใภ้รอง
อาหารเย็นทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่เฮ่อจือหร่านจัดเตรียมอย่างพิถีพิถัน ส าคัญที่สุดคือยังมีเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานที่ทุกคนคิดถึงมานาน
ปกติแล้วเมิ่งไห่หนิงชอบอาหารของบ้านสกุลโม่มากที่สุด แต่วันนี้เขาคิดถึงแต่โม่หานเยี่ย ท าให้เหมือนจะไม่มีสมาธิตอนทานอาหาร
เมื่อเห็นเขาเป็นแบบนี้ คนอื่น ๆ ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ฮูหยินผู้เฒ่าที่ช่างสังเกตกลับเดาได้คร่าว ๆ
หลังอาหาร ขณะก าลังดื่มชา ฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ลุกจากไป แต่สอบถามเขาไปเรื่อยเปื