”“ยามนั้นเป็นช่วงใกล้เย็น ข้าไม่มีความทรงจ าเก่า จึงไม่รู้ว่ามันเป็นช่วงเวลาที่พิษในร่างข้าก าเริบ โชคดีที่ข้าขาหักจากตอนตกหน้าผา ผู้มีพระคุณของข้าก็วิ่งหนีได้ทัน ข้าจึงไม่ได้ท าร้ายเขา”“เป็นเช่นนี้ติดต่อกันสองวัน เพราะกลัวว่าจะเผลอท าร้ายผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้ จึงขอให้เขาช่วยพาข้าไปส่งที่ภูเขา”“ข้าพยายามเอาชีวิตรอดอยู่บนภูเขานานกว่าหนึ่งเดือนจนกระทั่งอาการบาดเจ็บหายดี จึงตัดสินใจจากไป”“แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครหรือควรไปที่ไหน จึงตัดสินใจหาสถานที่ที่ห่างไกลและหลีกเลี่ยงผู้คน”“ต่อมาข้าพบว่าตรงเชิงเขาของหมู่บ้านซีหลิ่งไม่ค่อยมีคน ทั้งยังมีบ้านที่สามารถหลบฝนหลบแดดได้ จึงพักอาศัยอยู่ที่นั่นชั่วคราวกระทั่งพวกเจ้าปรากฏตัวมา…”ได้ฟังโม่จงหยวนเล่าถึงประสบการณ์ของตัวเอง คนสกุลโม่ก็ทั้งโกรธและสงสารเขา
พวกเขาโกรธคนลึกลับผู้นั้นที่กล้าท ากับโม่จงหยวนเช่นนี้ และสงสารโม่จงหยวนที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายหากพวกเขาไม่ถูกเนรเทศมาที่นี่ และไม่มีเฮ่อจือหร่านมาช่วยรักษา โม่จงหยวนอาจไม่มีโอกาสได้พบกับครอบครัวไปตลอดชีวิตคิดถึงเรื่องนี้แล้วฮูหยินผู้เฒ่าพลันรู้สึกหวาดกลัวยิ่งนักบุตรชายของนางแต่ละคนล้วนมีจิตใจแกร่งกล้า ปกป้องบ้านเมืองและประเทศชาติ แต่สุดท้ายกลับต้องมาพบกับชะตากรรมเช่นนี้…