นี้ท าให้ตกใจจนหนีไป ผู้เฒ่าชุยเพิ่งเจอคนสองคนที่อยากซื้อที่ดิน จึงไม่กล้าประมาทอีก“หากต่อรองแล้วจะราคาเท่าไหร่เล่า” เซี่ยเทียนไห่ถามผู้เฒ่าชุยมองไปทางญาติพี่น้อง แล้วจึงพูดว่า “เก้าต าลึง นี่ถูกมากแล้ว”ฟางฉวนโจวเห็นผู้เฒ่าชุยต่อรองไม่จบไม่สิ้น จึงพูดอย่างร้อนใจว่า “หมู่ละหกต าลึง ข้าซื้อ ไม่เช่นนั้นก็ไม่คุย”ผู้เฒ่าชุยเหมือนได้ยินผิดไป เขาจ้องมองฟางฉวนโจว “ท่านก าลังล้อเล่นหรือไม่ ที่ดินดีขนาดนี้จะขายหกต าลึงได้อย่างไรกัน”
ฟางฉวนโจวเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าว่าที่ดินของพวกท่านมีค่าแค่นี้”ผู้เฒ่าชุยรู้ว่าคนในตระกูลต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน แต่ที่ดินราคาหมู่ละหกต าลึงนี้ พวกเขาจะเป็นฝ่ายขาดทุนอีกทั้งพอเห็นว่าท่าทีของอีกฝ่ายเด็ดขาดเช่นนั้น ผู้เฒ่าชุยก็หมดปัญญาไปชั่วขณะหนึ่ง“ท่านรอสักครู่ ข้าจะกลับไปปรึกษาคนในตระกูลก่อน”ฟางฉวนโจวไม่ได้เอ่ยปาก จึงถือเป็นการตกลงไม่นานก็มีคนตระกูลชุยหลายคนตามผู้เฒ่าชุยมาด้วยคนตระกูลชุยต่างพากันขอร้องฟางฉวนโจวให้เพิ่มเงินอีกสักหน่อย แต่ฟางฉวนโจวก็ไม่ยินยอมในที่สุดคนตระกูลชุยก็ตัดสินใจขายที่ดินราคาหมู่ละหกต าลึงคราวนี้ฟางฉวนโจวกับเซี่ยเทียนไห่จึงพอใจแล้ว ที่ดินที่มีมูลค่าแปดต าลึงต่อหมู่ พวกเขาสามารถซื้อมาได้ในราคาหกต าลึง ก็ถือว่าได้เปรียบอยู่ไม่น้อยแม้แต่เฮ่อจือหร่านที่ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องที่ดินพวกนี้ก็ยังรู้สึกสนใจแต่นางก็ยังไม่แสดงท่าทางว่าต้องการจะซื้อออกม