ย่างไรก็ตาม หนานรุ่ยกลับเป็นฝ่ายถามออกมาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้หากเขาประมาทและพูดออกมาต่อหน้าพวกเจ้าหน้าที่ เกรงว่าความลับระหว่างพวกเขาก็คงจะถูกเปิดเผยทันที่“ท่านอ๋อง จริง ๆ แล้วท่านตั้งใจจะพูดที่นี่เลยหรือ”เมื่อถูกเตือนเช่นนี้ หนานรุ่ยจึงตระหนักว่าที่นี่ไม่ได้มีเพียงองครักษ์ที่เขาพามาเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ด้วย เป็นเขาที่ประมาทไปเองแล้วหนานรุ่ยหมุนตัวทันที่ “เจ้าตามข้ามา”โม่ชูหานไล่เจ้าหน้าที่ที่ตกใจจนตัวแข็งที่อเหล่านั้น แล้วก้าวเท้ายาว ๆ ตามหลังหนานรุ่ยไปทั้งสองคนตรงไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในละแวกนั้น และขอห้องส่วนตัวเมื่อเผชิญหน้ากับหนานรุ่ย โม่ชูหานไม่ได้คิดเกรงใจแม้แต่น้อยเขานั่งลงบนเก้าอี้ทันที่
หนานรุ่ยก็ไม่ได้เคืองโกรธ เขานั่งลงตรงข้ามอีกฝ่ายอย่างไม่สนใจ ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะแล้วจึงเอ่ยปากขึ้นก่อน“การที่ข้ามาซีเป่ยครั้งนี้ ก็เพื่อตามหาเจ้า”โม่ชูหานได้ยินเขาพูดเช่นนั้นก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ“ไม่ทราบว่าองค์ชายหนานรุ่ยตามหาข้าด้วยธุระอะไร”หนานรุ่ยก็ไม่คิดจะอ้อมค้อม เขาวางขวดเล็ก ๆ ในมือลงบนโต๊ะ“ในขวดใบนี้มีกู่แม่ของกู่หุ่นเชิดอยู่ตัวหนึ่ง”โม่ชูหานเลิกคิ้ว ถามไปทั้ง ๆ ที่รู้ค าตอบดีอยู่แล้ว “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า”หนานรุ่ยส่ายหน้าอย่างจนปัญญาพลางหัวเราะเสียงขื่น“ความจริงเจ้าก็รู้ทุกอย่างอยู่แล้ว ท าไมยังต้องให้ข้าพูดให้ชัดเจนอีก”โม่ชูหานหัวเราะเยาะ ไม่คิดจะพูดเป็นปริศนาอีกต่